Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 371

เล่ม มมร. 63 หน้า 371 ข้อ 686
ประสงค์จะทรงทำสักการะให้ยิ่งกว่า จึงทรงคิดว่า ยกไว้เถิด เราจักถาม ปัญหาอันหนึ่งกะบุตรของเรา และทำสักการะใหญ่ในกาลเมื่อบุตรของเรากล่าว แก้ เมื่อพระราชาทรงคิดปัญหาอันหนึ่ง จึงทรงคิดสิริเมณฑกปัญหา (ปัญหา ว่าปัญญากับทรัพย์อะไรจะประเสริฐกว่ากัน ) วันหนึ่ง เวลาบัณฑิตทั้ง ๕ มา เฝ้านั่งสบายแล้ว ตรัสกะเสนกะว่า ท่านอาจารย์เสนกะ เราจักถามปัญหา เสนกะกราบทูลรับว่า ตรัสถามเถิดพระเจ้าข้า พระราชาจึงตรัสคาถาที่หนึ่งใน สิริเมณฑกปัญหาว่า แน่ะอาจารย์เสนกะ เราละเนื้อความนี้กะท่าน บรรดาคน ๒ พวก คือคนสมบูรณ์ด้วยปัญญา แต่ เสื่อมจากสิริ และคนมียศแต่ไร้ปัญญา นักปราชญ์ ยกย่องใครว่าประเสริฐ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กเมตฺถ เสยฺโย ความว่า บรรดาคน ๒ พวกนี้ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวคนไหนว่าประเสริฐ ได้ยินว่า ปัญหานี้ สืบเนื่องมาจากวงศ์ของเสนกะ ฉะนั้นเสนกะจึงได้กราบทูลเฉลยปัญหานั้นได้ ทันทีว่า ข้าแต่พระจอมประชาราษฏร์ คนฉลาดและคน เขลา คนบริบูรณ์ด้วยศิลปะและหาศิลปะนี้ได้ แม้มีชาติ สูงก็ย่อมเป็นผู้รับใช้ของคนหาชาติมิได้ แต่มียศ ข้า- พระองค์เห็นความดังนี้จึงขอทูลว่า คนมีปัญญาเป็นคน เลวทราม คนมีสิริแลเป็นคนประเสริฐ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิหีโน ความว่า คนมีปัญญาเป็นคน เลวทราม คนเป็นใหญ่นั่นแลเป็นคนประเสริฐ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka