พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า
แต่นั้นมโหสถบัณฑิตได้หลีกไปจากราชสำนัก
ของพระเจ้าวิเทหราช ที่นั้นได้เรียกนกสุวบัณฑิตชื่อ
มาธูระ*ผู้เป็นทูตมาสั่งว่า แน่ะสหายตัวมีปีกเขียว เจ้า
จงมาทำการขวนขวายเพื่อเรา นางนกสาลิกาที่เขาเลี้ยง
ไว้ ณ ที่บรรทมของพระเจ้าปัญจาลราชมีอยู่ ก็นางนก
นั้นเป็นนกฉลาดในสิ่งทั้งปวง เจ้าจงถามนางนกนั้น
โดยพิสดาร นางนกนั้นรู้ความลับทุกอย่างของพระเจ้า
ปัญจาลราชและของพราหมณ์เกวัฏผู้โกสิยโคตรทั้งสอง
นั้น นกสุวบัณฑิตชื่อมาธูระตัวมีปีกเขียวรับคำมโหสถ
ว่า เออ แล้วได้ไปสู่สำนักนางนกสาลิกา แต่นั้น นก
สุวบัณฑิตชื่อมาธูระนั้นครั้นไปถึงแล้ว ได้เรียกนางนก
สาลิกาตัวมีกรงงาม พูดเพราะมาถามว่า เธอพออดทน
อยู่ในกรงงามดอกหรือ เธอมีความผาสุกในเพศดอก
หรือ ข้าวตอกกับน้ำผึ้งเธอได้ในกรงงามของเธอดอก
หรือ ดูก่อนสหายสุวบัณฑิต ความสุขมีแก่ฉันและ
ความสบายก็มี อนึ่งข้าวตอกกับน้ำผึ้งฉันก็ได้เพียงพอ
ดูก่อนสหาย ท่านมาแต่ไหน หรือว่าใครใช้ท่านมา
ก่อนแต่นี้ฉันไม่เคยเห็นท่าน หรือได้ยินเลย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า หริตปกฺโข ได้แก่ มีปีกเสมอด้วย
ใบไม้เขียว. บทว่า เวยฺยาวจฺจํ ความว่า มโหสถกล่าวกะนกสุวบัณฑิตซึ่ง
มาจับที่ตักในเมื่อตนกล่าวว่า มานี่สหาย เจ้าจงทำการขวนขวายของเรา
* อรรถกถาเป็น มาถูระ