อย่างหนึ่ง ซึ่งผู้อื่นที่เป็นมนุษย์ไม่อาจทำได้ เมื่อนกสุวบัณฑิตถามว่า ข้าพเจ้า
จะทำอะไรนาย มโหสถก็กล่าวว่า สหาย คนอื่นเว้นพระเจ้าจุลนีและพราหมณ์-
เกวัฏ ย่อมไม่รู้เหตุที่พราหมณ์เกวัฏมาโดยความเป็นทูต คนสองคนเท่านั้น
นั่งปรึกษากันในห้องบรรทมของพระเจ้าจุลนี แต่มีนางนกสาลิกาที่พระเจ้า
ปัญจาลราชนั้นเลี้ยงไว้ในที่บรรทม ได้ยินว่า นางนกสาลิกานั้นรู้ความลับนั้น
เจ้าจงไปในที่นั้น ทำความคุ้นเคยประกอบด้วยเมถุนกับนางนกสาลิกานั้น ถาม
ความลับของพระเจ้าจุลนีและพราหมณ์เกวัฏ กะนางนกสาลิกานั้น โดยพิสดาร
จงถามนางนกสาลิกานั้น ในประเทศที่มิดชิด อย่างที่ใคร ๆ อื่นจะไม่รู้เรื่องนั้น
ก็ถ้าใครได้ยินเสียงของเจ้า ชีวิตของเจ้าจะไม่มี ฉะนั้น เจ้าจงถามค่อย ๆ ใน
ที่มิดชิด. บทว่า สา เนสํ สพฺพํ ความว่า นางนกสาลิกานั้นรู้ความลับทุก
อย่างของชนทั้งสองเหล่านั้น คือ พระเจ้าจุลนีและพราหมณ์เกวัฏผู้โกสิยโคตร.
บทว่า อาโม ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สุวโปดกนั้นอันมโหสถบัณฑิต
ทำสักการะโดยนัยก่อนนั้นแลส่งไปแล้ว รับคำของมโหสถว่า เออ ไหว้พระ-
มหาสัตว์ทำประทักษิณแล้วบินออกทางสีหบัญชรที่เปิดไว้ ไปนครชื่ออริฏฐปุระ
ในแคว้นสีพี ด้วยความเร็วปานลม กำหนดประพฤติเหตุในประเทศนั้นแล้ว
ไปสำนักของนางนกสาลิกา ไปอย่างไร ก็สุวโปดกนั้นจับที่ยอดแหลมอันเป็น
ทองของพระราชนิเวศน์ ส่งเสียงอย่างไพเราะอาศัยราคะ เพราะเหตุไร นาง
นกสาลิกาได้ฟังเสียงนี้แล้ว จักส่งเสียงรับเป็นสัญญาให้รู้ว่าฉันจักไปหา แม้นาง
นกสาลิกานั้น ได้ฟังเสียงของสุวโปดกแล้ว ก็จับที่สุวรรณบัญชรใกล้ที่บรรทม
ของพระราชา มีจิตกำหนัดด้วยราคะ ส่งเสียงรับสามครั้ง สุวโปดกบินไป
หน่อยหนึ่งส่งเสียงบ่อย ๆ เกาะที่ธรณีสีหบัญชรโดยลำดับ ตามกระแสเสียงที่
นางนกสาลิกากระทำ ตรวจดูว่าไม่มีอันตราย บินไปสำนักของนางนกสาลิกา
นั้น นางนกสาลิกาได้กล่าวกะสุวโปดกในที่นี้ว่า มาเถิดสหาย จงจับที่สุวรรณ