Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 491

เล่ม มมร. 63 หน้า 491 ข้อ 686
เพื่อถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์ ขอพระองค์ โปรดพระราชทานพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ประดับ ด้วยราชาลังการล้วนแต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นาง ข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของหม่อมฉัน ณ บัดนี้เถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วนฺทิตุํ ความว่า พระเจ้าวิเทหราชมี พระชนม์แก่กว่าพระเจ้าจุลนี พระเจ้าจุลนีไม่พอที่จะเป็นแม้เพียงพระโอรสของ พระเจ้าวิเทหราช แต่พระเจ้าวิเทหราชหมกมุ่นไปด้วยกิเลส จึงทรงดำริว่า พระเจ้าจุลนีเป็นพระสัสสุระที่เราผู้เป็นพระชามาตาควรถวายบังคม ไม่ทรง ทราบความคิดของพระเจ้าจุลนี จึงทรงส่งสาสน์ถวายบังคมไป. บทว่า ททาหิทานิ ความว่า พระเจ้าวิเทหราชทรงส่งสาสน์ไปว่า พระองค์โปรด เรียกหม่อมฉันมาว่าจะประทานพระราชธิดา ขอได้โปรดประทานพระราชธิดา นั้นแก่หม่อมฉันในบัดนี้เถิด. บทว่า สุวณฺณปฏิจฺฉนฺนํ ได้แก่ ประดับ ด้วยเครื่องประดับทองคำ. ฝ่ายพระเจ้าจุลนีได้ทรงสดับถ้อยคำของราชทูตก็ทรงโสมนัส ดำริว่า บัดนี้ปัจจามิตรของเราจักไปข้างไหนพ้น เราจักตัดศีรษะเขาทั้งสองคนแล้วดื่ม ชัยบาน เมื่อจะทรงแสดงพระโสมนัสส่วนเดียวให้ปรากฏ จึงพระราชทาน รางวัลแก่ราชทูตแล้ว ตรัสคาถาเป็นลำดับมาว่า ดูก่อนพระเจ้าวิเทหราช พระองค์เสด็จมาดีแล้ว เสด็จมาแต่ไกลก็เหมือนใกล้ พระองค์หาฤกษ์อาวาห- มงคลไว้ หม่อมฉันจะถวายพระราชธิดาประดับด้วย ราชาลังการล้วนแต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นาง ข้าหลวงแด่พระองค์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka