Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 492

เล่ม มมร. 63 หน้า 492 ข้อ 686
ในคาถานั้น พระเจ้าจุลนีได้สดับสาสน์ของพระเจ้าวิเทหราชแล้ว ตรัส เรียกพระเจ้าวิเทหราชนั้นดุจเสด็จอยู่เฉพาะพระพักตร์ว่า เวเทห อีกนัยหนึ่ง ทรงสั่งให้ราชทูตไปทูลว่า พระเจ้าพรหมทัตจุลนีตรัสอย่างนี้ จึงตรัสอย่างนี้. ราชทูตได้ฟังดังนั้น จึงไปเฝ้าพระเจ้าวิเทหราชกราบทูลว่า ข้าแต่ สมมติเทพ ขอพระองค์ทรงหาฤกษ์ที่สมควรแก่การพระราชพิธีอาวาหมงคล พระเจ้าจุลนีจะถวายพระราชธิดาแด่พระองค์ พระเจ้าวิเทหราชจึงส่งราชทูตไป อีกว่า วันนี้แหละฤกษ์ดี. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น ตรัสว่า . ลำดับนั้น พระเจ้าวิเทหราชก็ได้ทรงหาพระฤกษ์ ครั้นหาพระฤกษ์ได้แล้วจึงได้ทรงส่งพระราชสาสน์ไป ถวายพระเจ้าพรหมทัตว่า ขอพระองค์โปรดพระราช- ทานพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ ประดับด้วยราชา- ลังการล้วนแต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วยหมู่นางข้าหลวง ให้เป็นมเหสีของหม่อมฉัน ณ บัดนี้เถิด. ฝ่ายพระเจ้าจุลนีตรัสตอบว่า หม่อมฉันจะถวายพระราชธิดาผู้งดงามทั่วองค์ ประดับด้วยราชาลังการล้วนแต่ทองคำ ห้อมล้อมด้วย หมู่นางข้าหลวง แด่พระองค์ในบัดนี้. ครั้นพระเจ้าจุลนีตรัสคาถานี้แล้ว ตรัสลวงว่า จะส่งไปเดี๋ยวนี้ ๆ ดังนี้ ได้ประทานสัญญาแก่พระราชาร้อยเอ็ดว่า ท่านทั้งปวงกับเสนา ๑๘ อักโขภิณี จงเตรียมออกรบ วันนี้เราจักตัดศีรษะข้าศึกทั้งสอง พรุ่งนี้จักได้ดื่มชัยบาน พระราชาร้อยเอ็ดเหล่านั้นทั้งหมดก็ออกในขณะนั้นทีเดียว ฝ่ายพระเจ้ากรุง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka