นาคเป็นอันมากผู้มาเยี่ยมเยียนพระมหาสัตว์ฟังถอยคำนั้นของกาณา-
ริฏฐะนั้นแล้ว ก็พลอยถือเอาผิด ๆ ด้วยคิดว่า กาณาริฏฐะพูดแต่ความจริงเท่านั้น.
พระมหาสัตว์นอนป่วยอยู่ ได้ฟังคำนั้นทั้งหมดแล้ว. ทั้งพวกก็มาแจ้งให้ท่าน
ทราบอีก. ลำดับนั้นท่านคิดว่า อริฏฐะพรรณนาทางผิดๆ เอาเถอะเราจะทำลาย
วาทะของกาณาริฏฐะนั้น แล้วจักกระทำบริษัทให้เป็นสัมมาทิฏฐิ ท่านลุกขึ้นอาบ
น้ำ ประดับด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง นั่งบนธรรมาสน์ สั่งให้นาคบริษัททั้งหมด
ประชุมกัน ให้เรียกกาณาริฏฐะมาแล้วกล่าวว่า เจ้ากล่าวสรรเสริญสิ่งที่ไม่จริง
คือ เวท ยัญ และพราหมณ์ทั้งหลาย ก็ขึ้นชื่อว่า การบูชายัญด้วยวิธีเวท
ของพราหมณ์ทั้งหลาย ไม่นับว่าเป็นสิ่งประเสริฐเลย และไม่ใช่เป็นทางแห่ง
สวรรค์ เราจะชี้ข้อไม่เป็นจริงในวาทะของท่าน ดังนี้แล้ว เมื่อจะเริ่มชื่อวาทะ
อันว่าด้วยประเภทแห่งยัญจึงกล่าวว่า
ดูก่อนอริฏฐะ ความกาลีคือความปราชัยของนัก
ปราชญ์ทั้งหลายกลับเป็นความมีชัยของคนโง่เขลา ผู้
ทรงเวท. ไตรเพทเป็นเหมือนอาการของพยับแดด
เพราะเป็นของไม่เห็นเสมอไป มีคุณทางหลอกลวง พา
เอาคนมีปัญญาไปไม่ได้ ไตรเพทมิได้มีเพื่อป้องกันคน
ผู้ประทุษร้ายมิตรผู้ล้างผลาญความเจริญ. เหมือนไฟที่
คนบำเรอแล้ว ย่อมป้องกันโทสจริตทำกรรมชั่วไม่ได้
ถ้าคนทั้งหลายจะเอาไม้ที่มีอยู่ในโลกทั้งหมดพร้อมทั้ง
ทรัพย์สมบัติของตน คลุกกับหญ้าให้ไฟเผา ไฟอันมี
เดชไม่มีใครเทียม เผาสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดก็ไม่อิ่ม ใคร
จะพึงทำให้ไฟซึ่งรู้รส ๒ อย่าง ให้อิ่มได้ นมสดแปร