ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติเป็นกระเทย
นั้นแล้ว ได้ไปบังเกิดเป็นนางอัปสรในนันทนวัน ณ
ดาวดึงส์พิภพ มีวรรณะน่าใคร่ มีผ้าและอาภรณ์อัน
วิจิตร สวมกุณฑลแก้วมณี เป็นผู้ฉลาดในการฟ้อนรำ
ขับร้อง เป็นบาทบริจาริกาของท้าวสักกะ
ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ เมื่อกระหม่อมฉัน
อยู่ในดาวดึงส์พิภพนั้น ระลึกชาติแม้ในอนาคตได้อีก
๗ ชาติ ที่กระหม่อมฉันจุติจากดาวดึงส์พิภพนั้นแล้ว
จักไปเกิดต่อไป กุศลที่กระหม่อมฉันกระทำไว้ในเมือง
โกสัมพีตามมาให้ผล กระหม่อมฉันจุติจากดาวดึงส์
พิภพนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ ข้า
แต่พระมหาราชา กระหม่อมฉันเป็นผู้อันชนทั้งหลาย
สักการะบูชาแล้วเป็นนิตย์ตลอด ๗ ชาติ กระหม่อมฉัน
ไม่พ้นจากความเป็นหญิงตลอด ๖ ชาติ ข้าแต่พระองค์
ผู้ประเสริฐ ชาติที่ ๗ กระหม่อมฉันจักได้เกิดเป็น
เทวดาผู้ชาย เป็นเทพบุตรผู้มีฤทธิมาก เป็นผู้สูงสุด
ในหมู่เทวดา แม้วันนี้ นางอัปสรทั้งหลายก็ยังร้อย
ดอกไม้เป็นพวงมาลัยอยู่ในนันทนวัน เทพบุตรนามว่า
ชวะ สามีของกระหม่อมฉัน ยังรับพวงมาลัยอยู่ ๑๖ ปี
ในมนุษย์นี้ราวครู่หนึ่งของเทวดา ๑๐๐ ปีในมนุษย์เป็น
คนหนึ่งวันหนึ่งของเทวดาดังที่ได้กราบทูลให้ทรงทราบ
มานี้ กรรมทั้งหลายย่อมติดตามไปทุก ๆ ชาติแม้ตั้ง
อสงไขย ด้วยว่ากรรมจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม
(อันบุคคลทำแล้ว) ย่อมไม่พินาศไป.