[๘๖๖] ในกาลนั้น นารทมหาพรหมตรวจดูชมพู
ทวีป ได้เห็นพระเจ้าอังคติราช ผู้ทรงมีความเห็นผิด
จึงมาจากพรหมโลกถึงถิ่นมนุษย์ ลำดับนั้น นารท-
มหาพรหมได้ยืนอยู่ที่ปราสาท เบื้องพระพักตร์แห่ง
พระเจ้าวิเทหราช พระนางรุจาราชธิดาเห็นนารทฤาษี
นั้นมาถึง จงนมัสการ.
[๘๖๗] ครั้งนั้น พระราชาทรงหวาดพระทัย
เสด็จลงจากราชอาสน์ เมื่อจะตรัสถามนารทฤาษี ได้
ตรัสพระดำรัสนี้ว่า ท่านมีผิวพรรณงามดังเทวดา ส่อง
รัศมีสว่างจ้าไปทั่วทิศดังพระจันทร์ ท่านมาจากไหน
หนอ ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่านจงบอกนามและโคตร
แก่ข้าพเจ้า คนในมนุษยโลกย่อมรู้จักท่านอย่างไรหนอ.
[๘๖๘] อาตมภาพมาจากเทวโลกเดี๋ยวนี้เอง ส่อง
รัศมีสว่างจ้าไปทั่วทิศดังพระจันทร์ มหาบพิตรตรัส
ถามแล้ว อาตมภาพขอถวายพระพรนามและโคตรให้
ทรงทราบ คนทั้งหลายเขารู้จักอาตมภาพโดยนาม
นารทะ และโดยโคตรว่ากัสสปะ.
[๘๖๙] สัณฐานของท่านและการที่ท่านเหาะไป
และยืนอยู่บนอากาศได้น่าอัศจรรย์ ดูก่อนท่านนารทะ
ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนี้กะท่าน เออเพราะเหตุอะไร
ท่านจึงมีฤทธิ์เช่นนี้.
[๘๗๐] คุณธรรม ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ๑
ธรรมะ ๑ ทมะ ๑ จาคะ ๑ อาตมภาพได้ทำไว้แล้วใน