Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 381

<< | หน้าที่ 381 | >>
[๑๒๘๖] หญิงหรือชายก็ตาม ไม่ประมาทด้วยกาย วาจา ใจ

เป็นผู้มีปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาเพื่อประโยชน์ของตน

[๑๒๘๗] มนุษย์เหล่าใดในชีวโลกนี้

เป็นผู้มียศ มีโภคทรัพย์บริบูรณ์ทุกอย่าง

มนุษย์เหล่านั้นได้สั่งสมกรรมดีไว้ในปางก่อนโดยไม่ต้องสงสัย

สัตว์ทั้งปวงล้วนมีกรรมเป็นของของตน

[๑๒๘๘] ข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์ทรงพระราชดำริ

ด้วยพระองค์เถิด ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน

พระสนมผู้ทรงโฉมงามปานดังนางเทพอัปสร

ประดับประดาคลุมกายด้วยข่ายทองเหล่านี้

พระองค์ทรงได้มาเพราะผลแห่งกรรมอะไร”

[๑๒๘๙] พระนางรุจาราชกัญญาทรงให้พระเจ้าอังคติ

พระชนกนาถพอพระทัย พระราชกุมารีผู้มีวัตรดีงาม

ทรงกราบทูลทางแห่งสุคติแก่พระชนกนาถพระองค์นั้นแล้ว

เหมือนบอกทางให้แก่คนหลงทาง

และได้กราบทูลข้อธรรมถวายด้วยประการฉะนี้

{๘๖๖} [๑๒๙๐] ต่อมา นารทมหาพรหมตรวจดูชมพูทวีป

ได้เห็นพระเจ้าอังคติ จึงมาจากพรหมโลกถึงถิ่นมนุษย์

[๑๒๙๑] ลำดับนั้น นารทมหาพรหมได้ยืนอยู่ที่ปราสาท

เบื้องพระพักตร์ของพระเจ้าวิเทหะ

พระนางรุจาราชกัญญาได้เห็นนารทฤๅษีนั้น

มาถึงที่แล้ว จึงนมัสการ

{๘๖๗} [๑๒๙๒] ครั้งนั้น พระราชาทรงมีพระทัยหวาดกลัว

เสด็จลงจากราชอาสน์ เมื่อจะตรัสถามนารทฤๅษี

จึงได้ตรัสพระดำรัสดังนี้ว่า


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka