Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 339

เล่ม มมร. 64 หน้า 339 ข้อ 1013 1014 1015 1016
ท้าววรุณตรัสว่า [๑๐๑๓] ดูก่อนบัณฑิต ในนาคพิภพนี้ ไม่มี สมณพราหมณ์ที่เราจะพึงถวายข้าวและน้ำเลย เราถาม แล้วขอท่านจงบอกเนื้อความนั้นแก่เรา ตามที่เราจะ พึงได้ครอบครองวิมานต่อไปเถิด. วิธุรบัณฑิตทูลว่า [๑๐๑๔] ข้าแต่พระยานาคราช ก็นาคทั้งหลาย ที่เป็นพระโอรส พระธิดา พระชายา ทั้งพระญาติ พระมิตร และข้าเฝ้าของฝ่าพระบาท ซึ่งเกิดในนาค พิภพนี้ มีอยู่ ขอฝ่าพระบาททรงเป็นผู้ไม่ประทุษร้าย ในนาคมีพระโอรสเป็นต้นเท่านั้น ด้วยพระกายและ พระวาจาเป็นนิตย์ ฝ่าพระบาททรงรักษาความไม่ประ- ทุษร้ายด้วยพระกาย และพระวาจาอย่างนี้ ฝ่าพระบาท ทรงสถิตอยู่ในวิมานนี้ตลอดพระชนมายุ แล้วจักเสด็จ ไปสู่เทวโลกอันสูงกว่านาคพิภพ. ท้าววรุณตรัสว่า [๑๐๑๕] ท่านเป็นอำมาตย์ของพระราชาผู้ ประเสริฐสุดพระองค์ใด พระราชาผู้ประเสริฐสุด พระองค์นั้น พรากจากท่านแล้ว ย่อมจะเศร้าโศก แน่แท้ทีเดียว คนที่ถูกความทุกข์ครอบงำก็ดี คนป่วย หนักก็ดี ได้สมาคมกับท่านแล้วพึงได้ความสุข. วิธุรบัณฑิตทูลว่า [๑๐๑๖] ข้าแต่พระยานาคราช ฝ่าพระบาทตรัส ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลาย ซึ่งเป็นบทอันแสดงประ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka