Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 381

เล่ม มมร. 64 หน้า 381 ข้อ 1044
ยักษ์ตนหนึ่งชื่อว่า กุมภิระ มีพวกยักษ์กุมภัณฑ์แสนหนึ่งเป็นบริวาร รักษาแก้วมณีนั้นอยู่ แต่กุมภิรยักษ์นั้น เมื่อปุณณกยักษ์ทำท่าโกรธถลึงตาดู เท่านั้น ก็สะดุ้งกลัวตัวสั่นหนีไปแอบเขาจักวาลแลดูอยู่. ปุณณกยักษ์นั้นขับไล่ กุมภิรยักษ์ให้หนีไปแล้ว จึงถือเอาแก้วมณีเหาะไปโดยทางอากาศถึงนครนั้น. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศความนั้น จึงตรัสพระคาถาว่า ปุณณกยักษ์นั้น ได้เหาะไปยังอินทปัตตนคร ลงจากหลังม้าแล้วเข้าไปสู่ที่ประชุมของชาวกุรุรัฐ ไม่ กลัวเกรงพระราชา ๑๐๑ พระองค์ ที่ประชุมพร้อม เพรียงกันอยู่ ณ ที่นั้น กล่าวท้าทายด้วยสกาว่า บรรดา พระราชาในราชสมาคมนี้ พระองค์ไหนหนอจะทรง ชิงเอาแก้วอันประเสริฐ ของข้าพระองค์ได้ หรือว่า ข้าพระองค์จะพึงชนะพระราชาพระองค์ไหน ด้วย ทรัพย์อันประเสริฐ อนึ่ง ข้าพระองค์จะชิงแก้วอัน ประเสริฐยิ่ง กะพระราชาพระองค์ไหน หรือพระราชา พระองค์ไหนจะทรงชนะข้าพระองค์ด้วยทรัพย์อัน ประเสริฐ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โอรุยฺหุปาคญฺฉิ สภํ กุรูนํ ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปุณณกยักษ์นั้นลงจากหลังม้าแล้ว พักม้าที่มีรูปอันใครไม่ เห็นแล้วเข้าไปสู่สภาแห่งชาวกุรุรัฐ ด้วยเพศแห่งมาณพน้อย. บทว่า เอกสตํ ความว่า เป็นผู้ไม่เกรงกลัวพระราชา ๑๐๑ พระองค์ ได้กล่าวท้าทายด้วยสกา โดยนัยมีอาทิว่า พระราชาพระองค์ไหนหนอ. บทว่า โกนีธ ความว่า พระราชา พระองค์ไหนหนอในราชสมาคมนี้. บทว่า รญฺํ ความว่า ในระหว่างพระราชา ทั้งหลาย. บทว่า วรมาภิเชติ ความว่า พระราชาพระองค์ไหนที่จะชิงเอาแก้ว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka