Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 395

เล่ม มมร. 64 หน้า 395 ข้อ 1044
ข้าแต่พระมหาราชเจ้า กรรมในโรงเล่นสกา สำเร็จแล้ว เชิญพระองค์ไปทรงเล่นสกา แก้วมณีเช่น นี้ ของพระองค์ไม่มี เราพึงชนะกันโดยธรรม อย่า ชนะกันโดยไม่ชอบธรรม ถ้าข้าพระองค์ชนะพระองค์ ไซร้ ขอพระองค์อย่าได้ทรงทำให้เนิ่นช้า. คำเป็นคาถานั้นมีอธิบายว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า กรรมในโรงสกาถึงเข้าแล้ว คือสำเร็จแล้ว แก้วมณีเช่นนี้นี่ ไม่มีแก่พระองค์ ขอพระองค์อย่าได้ทรงทำ ให้เนิ่นช้า. บทว่า อุเปหิ ลกฺขํ ความว่า ขอพระองค์จงทรงเข้าไปสู่โรง- สกา อันเป็นสถานที่เล่นด้วยสกาทั้งหลาย และเมื่อเล่น เราทั้งหลายพึงชนะ กันโดยชอบธรรมเท่านั้น ความชนะจงมีแก่เราทั้งหลายโดยสงบเถิด ก็ถ้า ข้าพระองค์พึงชนะไซร้ เมื่อเป็นเช่นนี้พระองค์จงอย่าชักช้าจงรีบกระทำทีเดียว เพราฉะนั้นพระองค์ไม่พึงกระทำให้เนิ่นช้า พึงให้ทรัพย์ที่ข้าพระองค์ชนะแล. ลำดับนั้นพระราชาจึงตรัสกะปุณณกยักษ์นั้นว่า ดูก่อนมาณพ ท่าน อย่ากลัวเราว่าเป็นพระราชา ชัยชนะหรือปราชัยจักมีโดยธรรมเท่านั้น ความ ชนะและแพ้ของเราจักมีโดยสงบ. ปุณณกยักษ์ได้สดับดังนั้น จึงทูลว่า ขอพระองค์ทั้งหลายจงทรงทราบ ความชนะและแพ้ของเราทั้งสองก็โดยธรรมเท่านั้น ดังนี้แล้ว เมื่อจะกระทำ พระราชาเหล่านั้นให้เป็นพยานจึงกล่าวคาถาว่า ข้าแต่พระสุรเสนผู้ปรากฏในกรุงปัญจาละ พระ- เจ้ามัจฉราชและพระเจ้ามัททราช ทั้งพระเจ้าเกกกะราช พร้อมด้วยชาวชนบท ขอจงทอดพระเนตรดู ข้าพเจ้า ทั้งสองจะสู้กันด้วยสกา กษัตริย์ก็ดี พราหมณ์ก็ดี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka