Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 460

เล่ม มมร. 64 หน้า 460 ข้อ 1044
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กินฺเต วตฺตํ ความว่า ข้าแต่พระยานาค ในภพก่อน อะไรเป็นวัตรของพระองค์ อนึ่ง อะไรเป็นการอยู่พรหมจรรย์ ของพระองค์ อิฏฐวิบุลผลมีความเป็นผู้มีฤทธิ์เป็นต้นนี้ เป็นวิบากสุจริตเช่นไร พระยานาคตรัสพระคาถาว่า เราและภรรยา เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลกเป็นผู้มี ศรัทธาเป็นทานบดี ในครั้งนั้นเรือนของเราเป็นดังบ่อ น้ำของสมณะและพราหมณ์ทั้งหลาย และเราได้บำรุง สมณะและพราหมณ์ให้อิ่มหนำสำราญ เราทั้งสองได้ ถวายทานคือ ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ เครื่อง ประทีป ที่นอนที่พักอาศัย ผ้านุ่งผ้าห่ม ผ้าปูนอน ข้าวและน้ำโดยเคารพ ทานที่ได้ถวายแล้วโดยเคารพ นั้น เป็นวัตรของเรา และการสมาทานวัตรนั้นเป็น พรหมจรรย์ของเรา ดูก่อนท่านผู้เป็นปราชญ์ ฤทธิ์ ความรุ่งเรือง กำลังกาย ความเพียร การเกิดในนาค- พิภพ และวิมานใหญ่ของเรานี้ เป็นวิบากแห่งวัตรและ พรหมจรรย์นั้น อันเราประพฤติดีแล้ว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มนุสฺสโลเก ได้แก่ ในกาลจัมปาก- นคร แคว้นอังคะ. บทว่า ตํ เม วตฺตํ ความว่า ทานที่เราให้โดยเคารพ นั้นนั่นแล การสมาทานวัตร และพรหมจรรย์ของเรา อิฏฐวิบุลผลมีฤทธิ์ เป็นต้นนี้ เป็นวิบากแห่งสุจริตที่ข้าพเจ้าประพฤติดีแล้วนั้น. พระมหาสัตว์ทูลเป็นคาถาว่า ถ้าวิมานนี้ ฝ่าพระบาททรงได้ด้วยอานุภาพแห่ง ทานอย่างนี้ ฝ่าพระบาทก็ชื่อว่าทรงทราบผลแห่งบุญ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka