ห้อมล้อมด้วยนางนกยูงทั้งหลายรำแพนหางอยู่ เมื่อ
นั้น จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ เมื่อใด พระองค์
ได้ทอดพระเนตรเห็นนกยูงมีคอเขียวมีหงอน แวดล้อม
ด้วยนางนกยูงฟ้อนอยู่ เมื่อนั้น จักไม่ทรงระลึกถึง
ราชสมบัติ เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็น
ต้นไม้อันมีดอกบาน มีกลิ่นหอมฟุ้งไปในฤดูเหมันต์
เมื่อนั้น จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ เมื่อใด พระ
องค์ได้ทอดพระเนตรเห็นแผ่นดินอันเขียวชะอุ่ม ดาร-
ดาษไปด้วยแมลงค่อมทองในเดือนฤดูเหมันต์ เมื่อนั้น
จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ เมื่อใด พระองค์ได้
ทอดพระเนตรเห็นต้นไม้อันมีดอกบานสะพรั่ง คือ
อัญชันเขียวที่กำลังผลิยอดอ่อน ต้นโลท และ บัวบก
มีดอกบานสะพรั่ง มีกลิ่นหอมฟุ้งไปในฤดูเหมันต์
เมื่อนั้น จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ เมื่อใด พระ
องค์ได้ทรงทอดพระเนตรเห็นหมู่ไม้มีดอกบานสะพรั่ง
และปทุมชาติอันมีดอกร่วงหล่นในเดือนฤดูเหมันต์
เมื่อนั้น จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ.
จบกัณฑ์หิมพานต์
พระศาสดาตรัสว่า
[๑๐๗๘] สมเด็จพระนางผุสดีราชบุตรีผู้เรืองยศ
ได้ทรงสดับคำที่พระราชโอรส และพระสุณิสาพร่ำ
สนทนากัน ทรงคร่ำครวญละห้อยไห้ว่า เรากินยาพิษ
เสียดีกว่า เราโดดเหวเสียดีกว่า เอาเชือกผูกคอตาย