Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 460

<< | หน้าที่ 460 | >>
[๑๗๓๙] เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นนกยูงตัวมีคอสีเขียว

มีหงอนงามล้อมสะพรั่งไปด้วยนางนกยูงทั้งหลายฟ้อนรำอยู่

เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

[๑๗๔๐] เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นต้นไม้ทั้งหลาย

มีดอกเบ่งบาน กลิ่นหอมอบอวลในฤดูเหมันต์

เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

[๑๗๔๑] เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นพื้นดิน

อันดารดาษไปด้วยแมลงค่อมทอง

มีสีเขียวสดชะอุ่มในเดือนท้ายฤดูเหมันต์

เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

[๑๗๔๒] เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นต้นไม้ทั้งหลาย

มีดอกบานสะพรั่ง คือ อัญชันเขียวที่กำลังผลิยอดอ่อน

ต้นโลท และบัวบกที่มีดอกบานสะพรั่ง

มีกลิ่นหอมอบอวลไปในฤดูเหมันต์

เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

[๑๗๔๓] เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นหมู่ไม้

มีดอกบานสะพรั่ง และปทุมชาติ

มีดอกร่วงหล่นลงในเดือนท้ายฤดูเหมันต์

เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

กัณฑ์หิมพานต์ จบ


กัณฑ์ทานกัณฑ์


(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

{๑๐๗๘} [๑๗๔๔] พระนางผุสดีราชบุตรีผู้ทรงยศได้ทรงสดับคำ

ที่พระโอรสและพระสุณิสาพร่ำสนทนากัน

ทรงคร่ำครวญว่า


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka