Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 501

เล่ม มมร. 64 หน้า 501 ข้อ 1081
เกล้ากระหม่อมฉันมาสู่นิเวศน์อันว่างเปล่านี้ จักเศร้า กำสรดระทมทุกข์สิ้นกาลนาน ดังแม่นกถูกพรากลูก เห็นแต่รังอันว่างเปล่า ฉะนั้น เมื่อเกล้ากระหม่อมฉันไม่ เห็นลูกรักทั้งสองก็จักซูบผอมเหมือนแม่นกถูกพรากลูก เห็นแต่รังอันว่างเปล่า ฉะนั้น เมื่อเกล้ากระหม่อมฉัน ไม่เห็นลูกรักทั้งสอง ก็จักวิ่งพล่านไปตามที่นั้น ๆ ดัง แม่นกถูกพรากลูกเห็นแต่รังอันว่างเปล่า ฉะนั้น เมื่อ เกล้ากระหม่อมฉันมาสู่นิเวสน์อันว่างเปล่านี้ จักเศร้า กำสรดระทมทุกข์สิ้นกาลนาน ดังนางนกออกถูกพราก ลูกเห็นแต่รังอันว่างเปล่า ฉะนั้น เมื่อเกล้ากระหม่อม ฉันไม่เห็นลูกรักทั้งสองก็จักซูบผอม ดังนางนกออก ถูกพรากลูกเห็นแต่รังอันว่างเปล่า ฉะนั้น เมื่อเกล้า กระหม่อมฉันไม่เห็นลูกรักทั้งสอง ก็จักวิ่งพล่านไป ตามที่นั้นๆ ดังนางนกออกถูกพรากลูกเห็นแต่รังอัน ว่างเปล่านี้ ฉะนั้นเมื่อเกล้ากระหม่อมฉันมาสู่นิเวศน์ อันว่างเปล่านี้ ก็จักเศร้ากำสรดระทมทุกข์สิ้นกาลนาน เป็นแน่แท้เหมือนนางนกจากพรากซบเซาอยู่ในหนอง อันไม่มีน้ำ ฉะนั้น เมื่อเกล้ากระหม่อมฉันไม่เห็นลูก รักทั้งสอง ก็จักซูบผอมเป็นแน่แท้ เหมือนนางนก จากพรากในหนองอันไม่มีน้ำ ฉะนั้น เมื่อเกล้ากระ- หม่อมฉันไม่เห็นลูกรักทั้งสอง จักวิ่งพล่านไปตามที่ นั้น ๆ เป็นแน่แท้ เหมือนนางนกจากพรากในหนอง อันไม่มีน้ำ ฉะนั้น ก็เมื่อเกล้ากระหม่อนฉันพร่ำเพ้อ ทูลอ้อนวอนอยู่อย่างนี้ ถ้าพระองค์ยังจะทรงให้ขับไล่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka