อจุตฤาษีอยู่ในอาศรมนั้นฟันเขลอะ มีผมเกลือกกลั้ว
ธุลี ทรงเพศเป็นพราหมณ์ มีขอสำหรับสอยผลไม้
เครื่องบูชาไฟและชฎา นุ่งห่มหนังเสือ นอนเหนือ
แผ่นดิน บูชาไฟ ลุงไปถึงแล้วเชิญถามท่านเถิดท่าน
จักบอกหนทางให้แก่ลุง.
[๑๑๔๓] ชูชกเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพราหมณ์ ได้
ฟังคำของเจตบุตรดังนี้แล้ว มีจิตยินดีเป็นอย่างยิ่ง
กระทำประทักษิณเจตบุตรแล้วได้เดินทางตรงไป ณ
สถานที่อันอจุตฤาษีสถิตอยู่.
จบจุลวนวรรณนา
[๑๑๔๔] ชูชกพราหมณ์ภารทวาชโคตรนั้น เมื่อ
เดินไปตามทางที่เจตบุตรพรานป่าแนะให้ ก็ได้พบ
อจุตฤาษี ครั้นแล้วได้เจรจาปราศรัยกับอจุตฤาษี ไต่
ถามถึงทุกข์สุขว่า พระคุณเจ้าไม่มีโรคาพาธเบียดเบียน
หรือ เป็นสุขสบายดีหรือ เยียวยาอัตภาพด้วยการ
แสวงหาผลไม้สะดวกหรือ มูลมันผลไม้มีมากหรือ
เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานจะมีน้อยกระมัง ใน
ป่าอันเกลื่อนกล่นไปด้วยเนื้อร้ายไม่มีกล้ำกลายเข้ามา
รบกวนแหละหรือ.
อจุตฤาษีกล่าวว่า
[๑๑๔๕] ดูก่อนพราหมณ์ เราไม่มีโรคาพาธ
เบียดเบียน เราเป็นสุขสบายดี เยียวยาอัตภาพด้วยการ
แสวงหาผลไม้สะดวกดี มูลมันผลไม้ก็มีมาก อนึ่ง