Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 552

เล่ม มมร. 64 หน้า 552 ข้อ 1174
อยู่ในอาศรมช้านาน พระบิดาจักเป็นกำพร้าเสียแน่แท้ เมื่อไม่ได้เห็นกัณหาชินากุมาร ผู้มีดวงตางาม ก็จักทรง กรรแสงไห้อยู่ในอาศรมช้านาน พระมารดาจักเป็น กำพร้าเสียแน่แท้ จักทรงกรรแสงไห้อยู่ตลอดราตรี นาน ทรงระลึกถึงเราทั้งสองตลอดครึ่งคืนหรือตลอด คืน จักทรงซูบซีดเหี่ยวแห้งไป เหมือนแม่น้ำน้อยใน ฤดูแล้งเหือดแห้งไป ฉะนั้น พระบิดาจักเป็นกำพร้า เสียแน่แท้ ทรงกรรแสงไห้อยู่ตลอดราตรีนาน ทรง ระลึกถึงเราทั้งสองตลอดครั้งคืนหรือตลอดคืนก็จัก ทรงซูบซีดเหี่ยวแห้งไป เหมือนแม่น้ำน้อยในฤดูแล้ง เหือดแห้งไป ฉะนั้น รุกขชาติเหล่านี้มีต่าง ๆ พันธุ์ คือ ต้นหว้า ต้นยางทราย กิ่งห้อยย้อย เราเคยเล่น มาแต่กาลก่อน วันนี้เราทั้งสองจะต้องละรุกขชาติ เหล่านั้น ซึ่งเราเคยเก็บดอกและผลเล่นมาช้านาน รุกขชาติที่มีผลต่าง ๆ ชนิด คือ โพธิ์ใบ ขนุน ไทร และมะขวิด ที่เราเคยเล่นมาในกาลก่อน วันนี้เราทั้ง สองจะต้องละรุกขชาติที่เราเคยเก็บผลกินมาช้านาน นี้ สวน นี่สระน้ำเย็นใส เราเคยเที่ยวเป็นเคยลงสรง สนานมาแต่กาลก่อน วันนี้เราทั้งสองจะต้องละสวน และสระนั่นไป บุปผชาติต่าง ๆ ชนิดบนภูเขาโน้น เรา เคยเก็บมาทัดทรงในกาลก่อน วันนี้เราจะต้องละบุปผ- ชาติเหล่านั้นไป นี่ตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาม้า ตุ๊กตาวัว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka