Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 688

เล่ม มมร. 64 หน้า 688 ข้อ 1269
วัน บางต้นมีผลห่ามเป็นปากตะกร้อ บางต้นมีผลสุก ทั้งสองอย่างนั้นมีพรรณดังสีหลังกบ อนึ่งในบริเวณ อาศรมนั้น บุรุษยืนอยู่ใต้ต้นก็เก็บมะม่วงสุกกินได้ ผลมะม่วงดิบและสุกทั้งหลาย มีสีสวยกลิ่นหอมรส อร่อยที่สุด เหตุการณ์เหล่านี้เป็นที่น่าอัศจรรย์แก่ ข้าพเจ้าเหลือเกิน ถึงกับออกอุทานว่า อือ ๆ ที่ประทับ ของพระเวสสันดรนั้น เป็นดังที่อยู่แห่งเทวดาทั้งหลาย งดงามปานนันทนวัน มีหมู่ตาล มะพร้าว และ อินทผลัมในป่าใหญ่ ราวกะระเบียบดอกไม้ที่ช่างร้อย ครองตั้งไว้ ปรากฏดังยอดธง วิจิตรด้วยบุปผชาติมี พรรณต่าง ๆ เหมือนดาวเรื่อเรืองอยู่ในนภากาศ แลมี ไม่มูกมัน โกฐ สะค้าน และแคฝอย บุนนาค บุนนาค- เขาและทองหลาง มีดอกบานสะพรั่ง อนึ่งในบริเวณ อาศรมนั้น มีไม้ราชพฤกษ์ ไม้มะเกลือ กฤษณา รักดำ ก็มีมาก ต้นไทรใหญ่ ไม้รกฟ้า ไม่ประดู่ มี ดอกบานสะพรั่งในบริเวณอาศรมนั้น มีไม้อัญชันเขียว ไม้สน ไม้กะทุ่ม ขนุนสำมะกอ ไม้ตะแบก ไม้รัง ล้วนมีดอกเป็นพุ่มคล้ายลอมฟาง ในที่ไม่ไกลอาศรม นั้น มีสระโบกขรณี ณ ภูมิภาคน่ารื่นรมย์ ดาดาษ ไปด้วยปทุมและอุบล ดุจในนันทนอุทยานของเหล่า ทวยเทพฉะนั้น อนึ่งในที่ใกล้สระโบกขรณีนั้น มีฝูง นกดุเหว่าเมารสบุปผชาติ ส่งเสียงไพเราะจับใจ ทำป่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka