Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 689

เล่ม มมร. 64 หน้า 689 ข้อ 1269
นั้นอื้ออึงกึกก้อง ในเมื่อหมู่ไม้ผลิดอกแย้มบานตาม ฤดูกาล รสหวานดังน้ำผึ้งร่วงหล่นจากเกสรดอกไม้ลง มาค้างอยู่บนใบบัว เรียกว่า โบกขรมธุ น้ำผึ้งใบบัว (ขันฑสกร) อนึ่งลมทางทิศทักษิณและทิศประจิมย่อม พัดมาที่อาศรมนั้น อาศรมเป็นสถานที่เกลื่อนกล่นด้วย ละอองเกสรปทุมชาติ ในสระโบกขรณีนั้นมีกระจับ ใหญ่ ๆ ทั้งข้าวสาลีร่วงลง ณ ภูมิภาค เหล่าปูในสระ นั้นก็มีมาก ทั้งมัจฉาชาติและเต่าว่ายไปตามกันเห็น ปรากฏ ในเมื่อเหง้าบัวแตก น้ำหวานก็ไหลออก ดุจ นมสด เนยใส ไหลออกจากเหง้าบัวฉะนั้น วนประเทศ นั้นฟุ้งไปด้วยกลิ่นต่างๆ หอนตลบไป วนประเทศนั้น เหมือนดังจะชวนเชิญชนผู้มาถึงแล้วให้ยินดีด้วยดอก ไม้และกิ่งไม้ที่มีกลิ่นหอม แมลงผึ้งทั้งหลายก็ร้องตอม อยู่โดยรอบ ด้วยกลิ่นดอกไม้ อนึ่งในที่ใกล้อาศรมนั้น มีฝูงวิหคเป็นอันมากมีสีสันต่าง ๆ กัน บันเทิงอยู่กับคู่ ของตน ๆ ร่ำร้องขานกะกันและกัน มีฝูงนกอีก ๔ หมู่ ทำรังอยู่ใกล้สระโบกรณี คือหมู่ที่ ๑ ชื่อนันทิกา ย่อมร้องทูลเชิญพระเวสสันดรให้ชื่นชมยินดีอยู่ในป่านี้ หมู่ที่ ๒ ชื่อชีวปุตตา ย่อมร่ำร้องถวายพระพรให้พระ- เวสสันดรพร้อมด้วยพระโอรสพระธิดาและพระมเหสี จงมีพระชนม์ยืนนานด้วยความสุขสำราญ หมู่ที่ ๓ ชื่อ ชีวปุตตาปิยาจโน ย่อมร่ำร้องถวายพระพรให้พระเวส- สันดรพร้อมทั้งพระโอรสพระธิดาและพระมเหสี ผู้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka