Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 729

เล่ม มมร. 64 หน้า 729 ข้อ 1269
เมื่อพระชาลีราชกุมารทรงคร่ำครวญอยู่อย่างนี้กับพระภคินีกัณหาชินา ชูชกก็มาโบยตีกุมารกุมารีพาตัวหลีกไป. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า พระราชกุมารกุมารี ทั้งสองเมื่อถูกชูชกนำไปได้ กราบทูลคำนี้แด่พระราชบิดาว่า ขอเสด็จพ่อโปรดรับ สั่งแก่เสด็จแม่ว่าหม่อมฉันทั้งสองสบายดี และขอให้ เสด็จพ่อจงทรงมีความสุขสำราญเถิด. ขอเสด็จพ่อจงทรงประทานตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาม้า ตุ๊กตาวัวเหล่านี้ของหม่อมฉันทั้งสองแด่เสด็จแม่ เสด็จ แม่จักนำความโศกออกได้ด้วยตุ๊กตาเหล่านี้ เสด็จแม่ ทอดพระเนตรเห็นเครื่องเล่น คือ ตุ๊กตาช้าง ตุ๊กตาม้า ตุ๊กตาวัว ของหม่อมฉันทั้งสองเหล่านี้นั้น จักทรง บรรเทาความเศร้าโศกเสียได้. กาลนั้น ความเศร้าโศกมีกำลังเพราะปรารภพระโอรสพระธิดา ได้เกิด ขึ้นแก่พระมหาสัตว์ พระหทัยมังสะของพระมหาสัตว์ได้เป็นของร้อน พระองค์ ทรงหวั่นไหวด้วยความเศร้าโศก ดุจช้างพลายตกมันถูกไกรสรราชสีห์จับและ ดุจดวงจันทร์เข้าไปในปากแห่งราหู ไม่สามารถจะดำรงอยู่ได้ด้วยภาวะของ พระองค์ มีพระเนตรนองไปด้วยพระอัสสุชล เสด็จเข้าบรรณศาลาทรงปริ- เทวนาการอย่างน่าสงสาร. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า แต่นั้นพระเวสสันดรราชขัตติยดาบสทรงบริจาค ปิยบุตรทานแล้วเสด็จเข้าสู่บรรณศาลา ทรงคร่ำครวญ อย่างน่าสงสาร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka