Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 765

เล่ม มมร. 64 หน้า 765 ข้อ 1269
ทอดพระเนตร พระนางเจ้าก็ทรงดุษณีภาพ พระภัสดา ก็ทรงทราบพระอัธยาศัยอันประเสริฐของพระนางเจ้า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อทา ทานํ ความว่า พระเวสสันดร มหาสัตว์ตรัสว่า ดูก่อนพราหมณ์ผู้เจริญ พระสัพพัญญุตญาณเท่านั้นเป็นที่รัก ของอาตมายิ่งกว่าแม้พระนางมัทรี ร้อยเท่า พันเท่า แสนเท่า ขอทานของ อาตมานี้จงเป็นปัจจัยให้ได้บรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ดังนี้แล้วได้ทรงบริจาค ปิยทารทาน. สมจริงดังพระพุทธดำรัสที่ตรัสไว้ว่า เราตถาคตเมื่อสละชาลีโอรส กัณหาชินาธิดา และมัทรีเทวีผู้เคารพต่อภัสดามิได้คิดเสียดายเลยเพราะ เหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้น ลูกทั้งสองเป็นที่เกลียด ชังของเราก็หามิได้ มัทรีเทวีไม่เป็นที่รักของเราก็หา มิได้ พระสัพพัญญุตญาณเป็นที่รักของเรายิ่งกว่า เพราะฉะนั้น เราจึงได้ให้บุตรธิดาและเทวีผู้เป็นที่รัก เสีย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สมกมฺปถ๑ ความว่า แผ่นดินไหวจด ถึงน้ำ. บทว่า เนวสฺส มทฺที ภกุฏี ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขณะ นั้นพระนางมัทรีมิได้มีพระพักตร์สยิ้ว เพราะกริ้วว่า พระราชาเวสสันดรประ- ทานเราแก่พราหมณ์แก่. บทว่า น สนฺธียติ น โรทติ ความว่า มิได้ ทรงเก้อเขิน มิได้ทรงกันแสงจนน้ำตาเต็มพระเนตรทั้งสอง ด้วยทรงคิดว่า พระสวามีดูเราทำไมทั้งทรงดุษณีภาพเข้าพระทัยว่า เมื่อให้นางแก้วเช่นเรา จัก ไม่ให้เพราะไร้เหตุ อธิบายว่า พระนางมัทรีประทับยืนทอดพระเนตรดูพระ- ๑. ม. สมฺปกมฺปถ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka