Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 767

เล่ม มมร. 64 หน้า 767 ข้อ 1269
ทิพย์และของมนุษย์พระองค์ทั้งสองทรงชนะแล้วปฐพี บันลือลั่น เสียงสาธุการก้องไปถึงสวรรค์ชั้นไตรทิพ สายฟ้าก็แวบวาบไปโดยรอบ เสียงโกลาหลนั้นปรากฏ ดังหนึ่งเสียงภูเขาถล่มทลาย เทพนิกายทั้งสองคือ นารทะและปัพพตะเหล่านั้นย่อมอนุโมทนาแก่สอง กษัตริย์นั้น พระอินทร์ พระพรหม พระปชาบดี พระโสม พระยม และพระเวสวัณมหาราช เทพเจ้าทั้ง หมดย่อมอนุโมทนาว่า พระองค์ทรงทำกิจที่ทำได้ยาก แท้ เพราะความที่เหล่าผู้ให้ทานให้ด้วยยาก เพราะ ความที่เหล่าผู้ทำบุญกรรมทำด้วยยาก อสัตบุรุษทั้ง หลาย ทำตามไม่ได้ ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลาย อัน อสัตบุรุษทั้งหลายนำไปยาก เหตุดังนั้น คติภูมิที่ไป จากโลกนี้ ของสัตบุรุษและอสัตบุรุษทั้งหลายต่างกัน อสัตบุรุษทั้งหลายย่อมไปสู่นรก สัตบุรุษทั้งหลายมี สวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า ข้อที่พระองค์เมื่อเสด็จ ประทับ แรมอยู่ในป่า ได้พระราชทานกุมารกุมารีและ พระมเหสีนี้ นับว่าเป็นพรหมยานอันสัมฤทธิ์แล้วแด่ พระองค์ เพราะจะมิต้องเสด็จไปในอบายภูมิ ขอ พระกุศลทานอันนั้นจงอำนวยวิบากสมบัติแด่พระองค์ ในสวรรค์เถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปจฺจูหา ได้แก่ ข้าศึก. บทว่า ทิพฺพา ได้แก่ ห้ามเสียซึ่งทิพยสมบัติ. บทว่า มานุสา ได้แก่ ห้ามเสียซึ่งมนุษย- สมบัติ. แต่อาจารย์พวกหนึ่งกล่าวว่า บทว่า เต ได้แก่ ธรรมคือความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka