Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 778

เล่ม มมร. 64 หน้า 778 ข้อ 1269
มณีและแก้วประพาฬ ข้าแต่พระอัยกาเจ้า พระราช- บิดาจะพึงพระราชทานอะไรเล่า. พระเจ้ากรุงสญชัยได้ทรงสดับดังนั้น จึงตรัสว่า ดูก่อนพระหลานน้อย พวกเราสรรเสริญทาน ของบิดาเจ้าดอก มิได้ติเตียนเลย บิดาของหลานให้ หลานทั้งสองแก่คนขอทาน หฤทัยของเขาเป็นอย่างไร หนอ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทานมสฺส ปสํสาม ความว่า ดูก่อน พระหลานน้อย พวกเราสรรเสริญทานของบิดาเจ้า มิได้ติเตียน. พระชาลีราชกุมารได้สดับดังนั้น จึงตรัสว่า ข้าแต่พระอัยกามหาราช พระบิดาของหม่อม ฉันพระราชทานหม่อมฉันทั้งสองแก่คนขอทานแล้ว ได้ทรงฟังวาจาอันน่าสงสารที่น้องหญิงกัณหากล่าว พระองค์ทรงมีพระทัยเป็นทุกข์และเร่าร้อน มีพระ- เนตรแดงก่ำดังดาวโรหิณี มีพระอัสสุชลหลั่งไหล. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุกฺขสฺส ความว่า ข้าแต่พระอัยกาเจ้า พระบิดานั้นทรงสดับคำนี้ที่น้องกัณหาชินาของหม่อมฉันกล่าว พระองค์ได้มี พระหฤทัยเป็นทุกข์. บทว่า โรหิณีเหว ตามฺพกฺขี ความว่า พระบิดาของ หม่อมฉันมีพระเนตรแดงก่ำราวกะดาวโรหิณีที่มีสีแดงฉะนั้น ทรงมีพระอัสสุชล หลั่งไหลเป็นดังสายเลือดในขณะนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka