Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 782

เล่ม มมร. 64 หน้า 782 ข้อ 1269
ชั้นแก่ชูชกด้วยประการฉะนี้ จำเดิมแต่นั้น ชูชกก็มีบริวารมาก แกรวบรวม ทรัพย์ขึ้นสู่ปราสาท นั่งบนบัลลังก์ใหญ่ บริโภคโภชนะมีรสอันดี แล้วนอน บนที่นอนใหญ่. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า พระเจ้าสญชัยสีวีราชได้พระราชทานทาสี ทาส โคเมีย ช้าง โคผู้ แม่ม้าอัสดรและรถ ทั้งเครื่อง บริโภคอุปโภคทั้งปวงอย่างละร้อยๆ และทองคำพัน ตำลึง แก่พราหมณ์ชูชกผู้แสวงหาทรัพย์ ผู้ร้ายกาจ เหลือเกิน เป็นค่าไถ่สองกุมารกุมารี. ลำดับนั้น พระเจ้าสญชัยมหาราชให้พระชาลีและพระกัณหาสนานพระ- เศียร แล้วให้เสวยโภชนาหารทรงประดับราชกุมารกุมารีทั้งสอง ทรงจุมพิต พระเศียรพระเจ้าสญชัยให้พระชาลีประทับนั่งบนพระเพลา พระนางเจ้าผุสดีให้ พระกัณหาชินาประทับนั่งบนพระเพลา. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า พระอัยกาพระอัยกีทรงไถ่พระชาลีพระกัณหาแล้ว ให้สนานพระกาย ให้เสวยโภชนาหาร แต่งองค์ด้วย ราชาภรณ์แล้วให้ประทับนั่งบนพระเพลา. เมื่อพระราชกุมารกุมารีสนานพระเศียร ทรงภูษา อันหมดจด ประดับด้วยสรรพาภรณ์และสรรพาลังการ คือกุณฑลซึ่งมีเสียงดังเสนาะ ทั้งระเบียบดอกไม้แล้ว พระอัยกาให้พระชาลีประทับนั่งบนพระเพลา แล้ว ตรัสถามด้วยคำนี้ว่า.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka