Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 44

เล่ม มมร. 65 หน้า 44 ข้อ 29
ดำรงไว้ เป็นอัตตโนมติที่ ๔. เพราะประกอบผู้ฟังเข้าไว้ในประโยชน์เกื้อกูล แต่สิ่งสำคัญ ๔ อย่าง นั้นแหละ ความเข้าใจสิ่งสำคัญ ๔ อย่างเหล่านั้น ย่อมกลับเป็นไม่เกียจ คร้าน ดังนี้แล. ในข้อนี้ ท่านกล่าวไว้ว่า :- บุคคลผู้กล่าว ผู้ไม่ง่อนแง่นเพราะรู้อรรถแห่งปาฐะ เป็นผู้สะอาด ไม่ตระหนี่ ไม่สละสิ่งสำคัญ ๔ อย่าง เป็นผู้แสดงไปตามประโยชน์เกื้อกูล. บทว่า เทสกสฺส ในคาถานี้ ความว่า พึงเป็นผู้แสดง. บทว่า หิตนฺวิโต ความว่า ผู้ไปตามด้วยประโยชน์เกื้อกูล คือผู้มีจิตประกอบด้วย ประโยชน์เกื้อกูล. ก็บุคคลนี้นั้น เป็นที่รักเพราะเป็นผู้สะอาด เป็นที่เคารพเพราะเป็น ผู้ไม่สละสิ่งสำคัญ ๔ อย่าง น่าสรรเสริญเพราะเป็นผู้ไม่ง่อนแง่น เป็นผู้ อดทนต่อถ้อยคำเพราะเป็นผู้ไปตามประโยชน์เกื้อกูล เป็นผู้กล่าวชี้แจงเรื่อง ที่ลึกซึ้งได้ เพราะเป็นผู้รู้อรรถแห่งปาฐะ เป็นผู้ชักจูงในฐานะอันควร เพราะเป็นผู้ไม่ตระหนี่ ดังนี้แล. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในสัตตกนิบาต อังคุตตรนิกายว่า :- เป็นที่รัก เป็นที่เคารพ น่าสรรเสริญ รู้จักกล่าวชี้แจง ให้เข้าใจ เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำกล่าวชี้แจงเรื่องที่ลึกซึ้งได้ ไม่ชักจูงในเรื่องเหลวไหลไร้สาระดังนี้. ผู้แสดงเป็นผู้เกื้อกูลยิ่ง ผู้แสดงนั้น จะตั้งไว้เฉพาะในบัดนี้ก่อน ผู้ แสดงย่อมไม่ดูหมิ่นถ้อยคำเพราะเคารพธรรม ๔ ประการ ย่อมไม่ดูหมิ่น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka