ถ้อยคำที่กล่าวแล้ว เพราะเคารพอาจารย์ ย่อมไม่ดูหมิ่นตน เพราะเป็นผู้
ประดับด้วยคุณมีศรัทธาและปัญญาเป็นต้น เป็นผู้มีจิตไม่ฟุ้งซ่าน เพราะ
เป็นผู้ไม่โอ้อวดและไม่มีมายา และเพราะเป็นผู้มุ่งพระนิพพาน ย่อม
มนสิการโดยแยบคาย เพราะเป็นผู้มีปัญญาดี. สมจริงดังพระดำรัสที่ตรัสไว้
ว่า :-
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ฟังพระ-
สัทธรรม เป็นผู้ควรที่จะก้าวลงสู่ความแน่นอนอันเป็นความชอบในกุศล
ธรรมทั้งหลาย ธรรม ๕ ประการเป็นไฉน ? คือ ไม่ดูหมิ่นถ้อยคำ ๑ ไม่
ดูหมิ่นถ้อยคำที่กล่าวแล้ว ๑ ไม่ดูหมิ่นตน ๑ มีจิตไม่ฟุ้งซ่านฟังธรรม ๑
จิตแน่วแน่มนสิการโดยแยบคาย ๑ ภาชนะย่อมมีเพราะถึงลักษณะนั้นแล
ก็ในเรื่องนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-
ผู้เคารพธรรมาจารย์ ผู้ประดับด้วยคุณมีศรัทธาและ
ปัญญาเป็นต้น ผู้ไม่โอ้อวดและไม่มีมายา มีปัญญา มุ่ง
พระนิพพาน เป็นผู้กล่าวและเป็นผู้ฟัง ด้วยประการฉะนี้.๑
ครั้นแสดงพยัญชนะและอรรถะซึ่งมีประการดังกล่าวอย่างนี้แล้ว
บัดนี้ข้าพเจ้าจักพรรณนามหานิทเทสนั้น ซึ่งท่านเรียกว่า มหานิทเทส
เพราะอรรถว่า เป็นนิทเทสใหญ่ราวกะมหาสมุทรและมหาปฐพี เพราะท่าน
กล่าวทำให้ยอดเยี่ยม ท่านพระอานนท์สดับมหานิทเทสเช่นนั้น อันสมบูรณ์
ด้วยอรรถะ สมบูรณ์ด้วยพยัญชนะ ลึกซึ้ง มีอรรถลึกซึ้ง ประกาศโลกุตตระ
ปฏิสังยุตด้วยสุญญตา ให้สำเร็จการปฏิบัติและคุณวิเสสคือมรรคผล ปฏิเสธ
๑. คาถานี้ไม่เต็มคงขาดหายไป.