Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 106

เล่ม มมร. 65 หน้า 106 ข้อ 29
ชื่อว่า เอกโวการภพ เพราะอรรถว่า ภพที่เกลื่อนไปด้วยรูปขันธ์ หนึ่ง หรือภพนั้นมีโวการหนึ่ง. เอกโวการภพนั้น ก็คืออสัญญาภพนั่นเอง. ชื่อว่า จตุโวการภพ เพราะอรรถว่า ภพที่เกลื่อนไปด้วยอรูปขันธ์ ๔ หรือภพนั้นมีโวการ ๔, จตุโวการภพนั้น ก็คืออรูปภพนั้นเอง. ชื่อว่า ปัญจโวการภพ เพราะอรรถว่า ภพที่เกลื่อนไปด้วยขันธ์ ๕ หรือภพนั้นมีโวการ ๕, ปัญจโวการภพนั้น เป็นกามภพด้วย เป็นเอกเทศ แห่งรูปภพด้วย. ติกะแห่งอดีตมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล. บทว่า ทิฏฺํ ได้แก่ รูปารมณ์ที่มีสมุฏฐาน ๔. บทว่า สุตํ ได้แก่ สัททารมณ์ที่มีสมุฏฐาน ๒. บทว่า มุตํ ได้แก่ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ที่มี สมุฏฐาน ๔ ซึ่งบุคคลรู้แล้วพึงถือเอา. ธรรมารมณ์ที่พึงรู้ด้วยใจ ชื่อว่า วิญญาตัพพะ. ในธรรม ทั้งหลายที่เห็นแล้ว ฟังแล้ว ทราบแล้ว และพึงรู้แจ้งเหล่านั้น. บทว่า วิสฏา วิตฺถตา ความว่า แผ่ไปมาก. บทว่า อปายโลเก ได้แก่ ชื่อว่า อบาย เพราะไม่มีความ รุ่งเรือง กล่าวคือความเจริญ. ในอบายโลกนั้น. บทว่า ขนฺธโลเก ได้แก่ ขันธ์ ๕ มีรูปเป็นต้นนั่นแล ชื่อว่า โลก ด้วยอรรถว่าเป็นกอง. บทว่า ธาตุโลเก ได้แก่ ธาตุ ๑๘ มีจักขุธาตุเป็นต้นนั่นแล ชื่อ ว่า โลก ด้วยอรรถว่า ว่างเปล่า.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka