ชื่อว่า เอกโวการภพ เพราะอรรถว่า ภพที่เกลื่อนไปด้วยรูปขันธ์
หนึ่ง หรือภพนั้นมีโวการหนึ่ง. เอกโวการภพนั้น ก็คืออสัญญาภพนั่นเอง.
ชื่อว่า จตุโวการภพ เพราะอรรถว่า ภพที่เกลื่อนไปด้วยอรูปขันธ์ ๔
หรือภพนั้นมีโวการ ๔, จตุโวการภพนั้น ก็คืออรูปภพนั้นเอง.
ชื่อว่า ปัญจโวการภพ เพราะอรรถว่า ภพที่เกลื่อนไปด้วยขันธ์ ๕
หรือภพนั้นมีโวการ ๕, ปัญจโวการภพนั้น เป็นกามภพด้วย เป็นเอกเทศ
แห่งรูปภพด้วย. ติกะแห่งอดีตมีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล.
บทว่า ทิฏฺํ ได้แก่ รูปารมณ์ที่มีสมุฏฐาน ๔.
บทว่า สุตํ ได้แก่ สัททารมณ์ที่มีสมุฏฐาน ๒.
บทว่า มุตํ ได้แก่ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ที่มี
สมุฏฐาน ๔ ซึ่งบุคคลรู้แล้วพึงถือเอา.
ธรรมารมณ์ที่พึงรู้ด้วยใจ ชื่อว่า วิญญาตัพพะ. ในธรรม
ทั้งหลายที่เห็นแล้ว ฟังแล้ว ทราบแล้ว และพึงรู้แจ้งเหล่านั้น.
บทว่า วิสฏา วิตฺถตา ความว่า แผ่ไปมาก.
บทว่า อปายโลเก ได้แก่ ชื่อว่า อบาย เพราะไม่มีความ
รุ่งเรือง กล่าวคือความเจริญ. ในอบายโลกนั้น.
บทว่า ขนฺธโลเก ได้แก่ ขันธ์ ๕ มีรูปเป็นต้นนั่นแล ชื่อว่า
โลก ด้วยอรรถว่าเป็นกอง.
บทว่า ธาตุโลเก ได้แก่ ธาตุ ๑๘ มีจักขุธาตุเป็นต้นนั่นแล ชื่อ
ว่า โลก ด้วยอรรถว่า ว่างเปล่า.