กล่าวไว้ในสติปัฏฐานกถา ในปฏิสัมภิทามรรค ขุททกนิกาย ว่าบุคคล
บางคนในโลกนี้พิจารณากายคือดิน กายคือน้ำ กายคือไฟ กายคือลม
กายคือผม กายคือขน กายคือผิว กายคือหนัง กายคือเนื้อ กายคือเลือด
กายคือเอ็น กายคือกระดูก กายคือเยื่อในกระดูก โดยความเป็นของไม่
เที่ยงดังนี้. พึงทราบเนื้อความของกายนั้นทั้งหมดแม้อย่างนี้ว่า เป็นการ
พิจารณากาย โดยการพิจารณาในกายนี้เท่านั้น.
อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบเนื้อความอย่างนี้ว่า การพิจารณากายกล่าว
คือหมู่แห่งผมเป็นต้นในกาย โดยการพิจารณาหมู่แห่งธรรมต่าง ๆ มีผม
และขนเป็นต้นนั้น ๆ แหละ ไม่พิจารณาอะไร ๆ ที่จะพึงยึดถือในกายอย่าง
นี้ว่าเรา หรือว่าของเรา. อนึ่งพึงทราบเนื้อความแม้อย่างนี้ว่า การ
พิจารณากายในกาย แม้โดยการพิจารณากายกล่าวคือหมู่แห่งอาการมี
อนิจจลักษณะเป็นต้นทั้งหมดทีเดียว ซึ่งมีนัยอันมาแล้วในปฏิสัมภิทามรรค
ตามลำดับเป็นต้นว่า ย่อมพิจารณาในกายนี้โดยความเป็นของไม่เที่ยง ไม่
พิจารณาโดยความเป็นของเที่ยง ดังนี้ ก็เนื้อความนี้ ทั่วไปแก่สติปัฏฐาน
ทั้ง ๔.
บทว่า สติปฏฺานํ ได้แก่สติปัฏฐาน ๓ อย่าง คือสติโคจร ๑
ความที่พระศาสดาเป็นผู้ประพฤติล่วงความยินดียินร้ายในหมู่พระสาวกผู้
ปฏิบัติ ๓ อย่าง ๑ ตัวสติ ๑. ก็อารมณ์ของสติ เรียก สติปัฏฐาน. ในข้อ
ความเป็นต้นว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงความเกิดและความดับ
แห่งสติปัฏฐาน ๔ พวกเธอจงฟังข้อนั้น จงใส่ใจให้ดี ฯลฯ ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย กายเกิดอย่างไร, กายเกิดเพราะอาหารเกิด ดังนี้. แม้ในข้อ