ความเป็นต้นว่า การตั้งขึ้น คือกาย ไม่ใช่สติ, สติเป็นทั้งการตั้งขึ้น
เป็นทั้งสติ ดังนี้ก็เหมือนกัน ข้อนั้นมีเนื้อความดังนี้ ชื่อว่าปัฏฐาน
เพราะอรรถว่า เป็นที่ตั้ง. อะไรตั้ง ? สติตั้ง ที่ตั้งแห่งสติ ชื่อว่า
สติปัฏฐาน.
อีกอย่างหนึ่ง ที่ตั้งคือเริ่มตั้ง. ที่ตั้งแห่งสติ ชื่อว่า สติปัฏฐาน
ดุจที่ตั้งแห่งช้างที่ตั้งแห่งม้าเป็นต้น. เพราะความที่แห่งพระศาสดาเป็นผู้
ประพฤติล่วงความยินดียินร้ายในหมู่พระสาวกผู้ปฏิบัติ ๓ อย่าง ท่านจึง
กล่าวว่าสติปัฏฐาน ในที่นี้ว่าพระศาสดาผู้อริยะเสพธรรมใด ธรรมนั้น
คือสติปัฏฐาน ๓ ก็เมื่อเสพธรรมนั้นอยู่จึงควรเพื่อจะตามสอนหมู่ศิษย์ดังนี้.
ข้อนั้นมีเนื้อความดังต่อไปนี้ :- ชื่อว่าปัฏฐาน เพราะพึงให้ตั้ง
ความว่า พึงให้เป็นไป อะไรตั้ง ? สติตั้ง, ที่ตั้งแห่งสติชื่อว่า สติปัฏฐาน.
ก็และสตินั่นแลท่านเรียกว่า สติปัฏฐาน. ในข้อความเป็นต้นว่า สติ-
ปัฏฐาน ๔ ที่บุคคลเจริญแล้วทำให้มากแล้วย่อมยังโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์
ดังนี้.
ข้อนั้นมีเนื้อความดังต่อไปนี้ :- ชื่อว่า ปัฏฐาน เพราะอรรถว่า
ตั้งอยู่. ความว่า ตั้งมั่น คือ แล่นติดต่อกันเป็นไป. สตินั่นแหละชื่อว่า
สติปัฏฐาน อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าสติ ด้วยอรรถว่าระลึกได้. ชื่อว่า
ปัฏฐาน ด้วยอรรถว่า ตั้งไว้มั่น. สตินั้นด้วย ตั้งไว้มั่นด้วย เหตุนั้น
จึงชื่อว่า สติปัฏฐาน ด้วยประการฉะนี้. ในที่นี้ท่านประสงค์ความข้อนี้
คือสติปัฏฐานนั้น.
บทว่า ภาเวนฺโต ได้แก่ เจริญอยู่. ก็ในที่นี้คำใดอันท่านกล่าว