ชื่อว่า อาราม เพราะอรรถว่า เป็นที่มายินดี. คือทำใจให้ยินดีได้,
ความว่า ยินดีด้วยดอกบ้าง, ด้วยผลบ้าง, ด้วยร่มเงาบ้าง, ด้วยทัศนะบ้าง.
บทว่า ปสุกาทโย ได้แก่ แกะเป็นต้น. บทว่า อนฺโตชาตโก
ได้แก่เกิดในท้องของทาสีภายในเรือน. บทว่า ธนกฺกีโต ได้แก่ ซื้อ
ด้วยทรัพย์เปลี่ยนเจ้าของยึดถือไว้. บทว่า สามํ วา ได้แก่ เอง ก็ตาม
บทว่า ทาสวิยํ ได้แก่ ความเป็นแห่งทาส ชื่อว่าทาสัพยะ-
ความเป็นแห่งทาสนั้น. บทว่า อุเปติ ได้แก่ เข้าถึง. บทว่า อกามโก
วา ได้แก่ ผู้ถูกนำมาเป็นเชลยด้วยความไม่ชอบใจของตนเพื่อจะแสดงทาส
ทั้ง ๔ เหล่านั้นอีก. ท่านจึงกล่าวว่า อามาย ทาสาปิ ภวนฺติ เหเก
คนบางพวกเป็นทาสโดยกำเนิดบ้าง ดังนี้.
บทว่า อามาย ทาสา ได้แก่ ทาสที่เกิดภายใน. ทาสเหล่านั้น
แหละท่านกล่าวไว้แม้ในที่นี้ว่า ทาสในที่อื่นเกิดแต่หญิงรับใช้ย่างเนื้ออ้วน
ทั้งหลาย ดังนี้. บทว่า ธเนน กีตา ได้แก่ ทาสที่เขาซื้อมาด้วยทรัพย์
บทว่า สามญฺจ เอเก ได้แก่ เป็นทาสเอง. บทว่า ภยาปนุณฺณา
ได้แก่ ทอดตัวยอมเป็นทาสเพราะกลัว.
บทว่า ภตกา ได้แก่ พวกเลี้ยงชีพด้วยรับจ้าง. ชื่อว่า กรรม-
กร เพราะอรรถว่า ทำงานมีกสิกรรมเป็นต้น. บทว่า อุปชีวิโน ได้
แก่ ชื่อว่าพวกอยู่อาศัย เพราะอรรถว่า เข้าไปหาด้วยกิจมีการปรึกษา
หารือเป็นต้นแล้วขออยู่อาศัย.
บทว่า อิตฺถี ได้แก่ ชื่อว่าหญิง. เพราะอรรถว่า เป็นที่ตั้งครรภ์
บทว่า ปริคฺคโห ได้แก่ มีสามี.