Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 124

เล่ม มมร. 65 หน้า 124 ข้อ 29
พวกพ้องทางมารดาบิดา ชื่อว่า พวกพ้องโดยเป็นญาติ. พวกพ้อง ร่วมโคตร ชื่อว่า พวกพ้องโดยโคตร. ผู้เริ่มมนต์ในสำนักอาจารย์ เดียวกัน หรือมนต์อย่างเดียวกัน ชื่อว่า พวกพ้องโดยการเรียนมนต์ ผู้เรียนศิลปะธนูเป็นต้นร่วมกัน ชื่อว่า พวกพ้องโดยการเรียนศิลปะ. ปาฐะในบางคัมภีร์ปรากฏว่า แม้พวกพ้องโดยความเป็นมิตร ก็ชื่อว่า พวกพ้อง. บทว่า คิชฺฌติ ได้แก่ ปรารถนาด้วยกิเลสกาม. บทว่า อนุคิชฺฌติ ได้แก่ ปรารถนาเนือง ๆ. คือปรารถนาบ่อย ๆ บทว่า ปลิคิชฺฌติ ได้แก่ ปรารถนาโดยรอบ. บทว่า ปลิพชฺฌติ ได้แก่ ปรารถนาโดยพิเศษ. อาจารย์พวกหนึ่งพรรณนาไว้อย่างนี้ว่า ปรารถนา, ตามปรารถนา, ด้วยสามารถการถือโดยนิมิต. ด้วยความเป็นของโอฬาร. ปรารถนาทั่วไป. ติดพัน, ด้วยสามารถการถือโดยอนุพยัญชนะ. คาถาที่ ๕ มีเนื้อความย่อดังต่อไปนี้ :- กิเลสทั้งหลายย่อมครอบงำ, บังคับ, ย่ำยีซึ่งบุคคลนั้น เพราะไม่มีกำลัง, หรือกิเลสที่ไม่มีกำลังย่อม ครอบงำบุคคลนั้นผู้ไม่มีกำลัง เพราะเว้นจากกำลังคือศรัทธาเป็นต้น. อธิบายว่า ย่อมครอบงำได้ เพราะไม่มีกำลัง. ครั้งนั้นอันตรายที่ปรากฏมี ราชสีห์เป็นต้น, และอันตรายที่ไม่ปรากฏมีกายทุจริตเป็นต้น ย่อมครอบ งำบุคคลนั้น ผู้ปรารถนากาม, รักษากาม, และแสวงหากาม, แต่นั้น ทุกข์มีความเกิดเป็นต้นย่อมไปตามบุคคลนั้นผู้ที่อันตรายไม่ปรากฏครอบงำ แล้ว, ดุจน้ำไหลเข้าเรือรั่วฉะนั้น. บทว่า อพลา ความว่า กำลังของกิเลสเหล่านั้นไม่มี เหตุนั้น กิเลสเหล่านั้นจึงชื่อว่าไม่มีกำลัง. คือเว้นจากกำลัง. บทว่า ทุพฺพลา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka