Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 129

เล่ม มมร. 65 หน้า 129 ข้อ 29
นี้ ไม่สมควรแก่ผู้สมบูรณ์ด้วยความเป็นผู้กล้าเช่นท่าน ดังนี้. ไม่การทำ บาปมีปาณาติบาตเป็นต้น ยังหิริให้ตั้งขึ้น. บุคคล พิจารณาความเป็นพหูสูต อย่างนี้ว่า ชื่อว่าการกระทำ บาปอย่างนอน ๆ เป็นการกระทำของพวกอันธพาล. ไม่ใช่ของพวก บัณฑิต. การกระทำกรรมนี้ ไม่สมควรแก่บัณฑิตผู้เป็นพหูสูตเช่นท่าน ดังนี้. ไม่กระทำบาปมีปาณาติบาตเป็นต้น ยังหิริให้ตั้งขึ้น บุคคลยังหิริให้ ตั้งขึ้น. ด้วยเหตุ ๔ อย่าง ด้วยประการฉะนี้. ก็และครั้นให้หิริตั้งขึ้นแล้ว ยังหิริให้ เข้าไปในจิตของตน จึงไม่กระทำบาป. ขอว่าหิริมีสมุฏฐาน ภายใน ดังพรรณนามาด้วยประการฉะนี้. ชื่อว่าโอตตัปปะมีสมุฏฐานภายนอก อย่างไร ? บุคคลพิจารณาอย่างนี้ว่า ถ้าท่านจักการทำกรรมลามก ท่านก็จัก ถูกติเตียนในบริษัท ๔ :- วิญญูชนทั้งหลายจักติเตียนท่าน. เหมือนชาววังติเตียน คนไม่สะอาด. ท่านถูกผู้มีศีลทั้งหลายสละแล้ว. ท่านเป็นภิกษุ จักกระทำอย่างไร ดังนี้. ย่อมไม่กระทำกรรมลามก เพราะโอตตัปปะอันมีสมุฏฐานนอก ชื่อว่า โอตตัปปะมีสมุฏฐานภายนอก อย่างนี้. ชื่อว่า หิริมีตนเป็นใหญ่ อย่างไร ? กุลบุตรบางคนในโลกนี้ กระทำตนให้เป็นใหญ่ คือ เจริญที่สุด ย่อมไม่กระทำบาปด้วยพิจารณาว่า การกระทำกรรมลามก ไม่สมควรแก่ผู้ บวชด้วยศรัทธาเช่นท่าน. ผู้เป็นพหูสูต, ทรงธุดงค์ ชื่อว่า หิริมีตนเป็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka