ใหญ่ อย่างนี้. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กุลบุตรครั้น
กระทำตนนั่นแลให้เป็นใหญ่. ละอกุศลเจริญกุศล. ละกรรมมีโทษเจริญ
กรรมไม่มีโทษ. บริหารตนให้บริสุทธิ์.
ชื่อว่า โอตตัปปะมีโลกเป็นใหญ่ อย่างไร ?
กุลบุตรบางตนในโลกนี้ กระทำโลกให้เป็นใหญ่ คือเจริญที่สุด
ย่อมไม่กระทำกรรมลามกเหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า :- ก็โลกสันนิวาสนี้ใหญ่
แล. ในโลกสันนิวาสนี้ มีสมณพราหมณ์เป็นผู้มีฤทธิ์, มีทิพยจักษุ
รู้แจ้งจิตของผู้อื่น. มีพราหมณ์เหล่านั้นย่อมเห็นแม้แต่ที่ไกล คนทั้ง
หลายไม่เห็นท่านแม้ในที่ใกล้ ย่อมรู้ชัดซึ่งจิตแม้ด้วยจิต. สมณพราหมณ์
แม้เหล่านั้นจักรู้ซึ่งเราอย่างนี้ว่า :- ดูก่อนผู้เจริญทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย
จงดูกุลบุตรนี้เขามีศรัทธาออกจากเรือนบวชเป็นผู้ไม่มีเรือน. ยังเต็มด้วย
บาปอกุศลธรรมทั้งหลายอยู่. มีเทวดาเป็นผู้มีฤทธิ์ มีทิพยจักษุ รู้แจ้งจิต
ของผู้อื่น. เทวดาเหล่านั้นย่อมเห็นแม้แต่ที่ไกล คนทั้งหลายไม่เห็นท่าน
แม้ในที่ใกล้ ย่อมรู้ชัดซึ่งจิตแม้ด้วยจิต. เทวดาแม้เหล่านั้น จักรู้ซึ่งเรา
ว่า :- ดูก่อนผู้เจริญทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงดูกุลบุตรนี้ เขามีศรัทธา
ออกจากเรือนบวชเป็นผู้ไม่มีเรือน. ยังเต็มด้วยบาปอกุศลธรรมทั้งหลายอยู่.
กุลบุตรนั้นกระทำโลกนั่นแลให้เป็นใหญ่, ละอกุศลเจริญกุศล, ละกรรม
โทษเจริญกรรมไม่มีโทษ, บริหารตนให้บริสุทธิ์ ดังนี้. ชื่อว่าโอตตัปปะ
มีโลกเป็นใหญ่อย่างนี้.
ก็ในสองบทว่า หิริ ตั้งอยู่ด้วยสภาวะละอาย โอตตัปปะ ตั้งอยู่
ด้วยสภาวะกลัว นี้.