บทว่า ลชฺชา ได้แก่ อาการที่ละอาย หิริตั้งอยู่ด้วยสภาวะนั้น.
บทว่า ภยํ ได้แก่ ภัยในอนาคต โอตตัปปะตั้งอยู่ในสภาวะนั้น
หิริและโอตตัปปะทั้งสองนั้น ย่อมปรากฏในการเว้น ขาดจากบาป,
เหมือนอย่างบุคคลบางคนก้าวลงสู่ลัชชีธรรมแล้ว ย่อมไม่ทำบาปเหมือน
บุรุษคนหนึ่งกำลังถ่ายอุจจาระปัสสาวะอยู่, เห็นคนคนหนึ่งซึ่งควรจะละอาย,
พึงถึงอาการละอายเป็นผู้กระดากอาย ฉะนั้น บุคคลบางคนเป็นผู้กลัวแต่
ภัยในอบาย ย่อมไม่ทำบาป. ในข้อนั้นมีอุปมาดังนี้ :-
เหมือนอย่างว่า มีก้อนเหล็กสองก้อน ก้อนหนึ่งเย็น เปื้อนคูถ.
ก้อนหนึ่งร้อน ไฟลุกแดง. ในก่อนเหล็กสองก้อนนั้น คนฉลาดย่อม
รังเกียจไม่จับก้อนเย็นเพราะเปื้อนคูถ. ไม่จับก้อนร้อนเพราะกลัวร้อน.
ในข้อนั้นพึงทราบว่า การก้าวลงสู่ลัชชีธรรมภายในไม่ทำบาปเหมือนการ
ไม่จับเหล็กก้อนเย็นเพราะรังเกียจที่เปื้อนคูถ. การไม่ทำบาปเพราะกลัวภัย
ในอบายเหมือนการไม่จับเหล็กก้อนร้อนเพราะกลัวร้อน.
หิริมีความตกลงเป็นลักษณะ. โอตตัปปะ มีความเป็นผู้
เห็นภัยของผู้กลัวความผิดเป็นลักษณะ แม้ทั้งสองนี้ ย่อมปรากฏในการ
เว้นขาดจากบาปนั่นแล.
ก็บุคคลบางคนยังหิริซึ่งมีความตกลงเป็นลักษณะให้ตั้งขึ้นแล้วไม่ทำ
บาปด้วยเหตุ ๔ ประการ คือ พิจารณาความยิ่งใหญ่ของชาติ, พิจารณา
ความยิ่งใหญ่ของศาสดา, พิจารณาความยิ่งใหญ่ของมรดก, พิจารณา
ความยิ่งใหญ่ของเพื่อนพรหมจารี.
บุคคลบางคนยังโอตตัปปะซึ่งมีความเป็นผู้เห็นภัยของผู้กลัวความผิด