บทว่า อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺติ ความว่า พอเกิดขึ้นทีแรก
ก็เกิดขึ้นเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์. ด้วยบททั้งสองนั้น
หมายถึง เพื่อความอยู่ไม่ผาสุก.
บทว่า อหิตาย ได้แก่ ทุกข์ทางใจ.
บทว่า ทุกฺขาย ได้แก่ ทุกข์ทางกาย.
บทว่า อผาสุวิหาราย ความว่า ด้วยบททั้งสองนั้นไม่ใช่เพื่อ
ความอยู่เป็นสุข.
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อุปฺปชฺมานา อุปฺปชฺชนฺติ ความว่า
ตั้งแต่ภวังคจลนจิต๑ จนถึงโวฏฐัพพนจิต ชื่อว่า เมื่อเกิดขึ้น. เมื่อถึง
โวฏฐัพพนจิตแล้วไม่กลับ ชื่อว่า ย่อมเกิดขึ้น อาจารย์พวกหนึ่งพรรณนา
อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้.
บทว่า ตจสารํว สมฺผลํ ความว่า เหมือนไม้ไผ่ซึ่งเป็นไม้มีเปลือก
แข็งต้องพินาศไปด้วยขุยของตนฉะนั้น.
บทว่า อรตี ได้แก่ ไม่พอใจในกุศลธรรมทั้งหลาย.
บทว่า รติ ได้แก่ ความยินดียิ่งในกามคุณ ๕.
บทว่า โลมหํโส ได้แก่ มีขนมีปลายชูขึ้นเช่นกับหนาม.
บทว่า อิโตนิทานา ความว่า ชื่อว่า มีอัตภาพนี้เป็นเหตุ เพราะ
อรรถว่า มีอัตภาพนี้เป็นเหตุ คือเป็นปัจจัย.
๑. ภวังคจลนะ, ภวังคุปัจเฉทะ, ปัญจทวาราวัชชนะ ปัญจวิญญาณ, สัมปฏิจฉันนะ,
สันตีรณะ, โวฏฐัพพนะ....(ในปัญจทวารวิถี)