บทว่า อิโต ชาตา ความว่า เกิดแต่อัตภาพนี้.
บทว่า อิโต สมุฏฺาย มโนวิตกฺกา ความว่า อกุศลวิตกตั้ง
ขึ้นแต่อัตภาพนี้แล้ว ย่อมปล่อยจิตเหมือนพวกเด็กเอาด้ายยาวผูกตีนกา
เอาปลาด้ายนั้นพันนิ้วมือไว้แล้วปล่อยกาไป กานั้นแม้บินไปไกล ก็กลับ
มาตกแทบเท้าของพวกเด็กเหล่านั้น ฉะนั้น.
พระสูตรแรกที่นำมาอ้างว่า สานฺเตวาสิโก ท่านกล่าวหมายเอา
การอยู่ร่วมด้วยกิเลส.
พระสูตรที่ ๒ ที่นำมาอ้างว่า ตโยเม ภิกฺขเว อนฺตรามลา ท่าน
กล่าวด้วยสามารถการทำกุศลธรรมให้เศร้าหมอง และด้วยสามารถแห่งการ
ไม่รู้สิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์.
พระสูตรที่ ๓ ที่นำมาอ้างว่า ตโย โข มหาราช ปุริสสฺส ธมฺมา
อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมานา ท่านกล่าวด้วยสามารถกำจัดนิสัยของตน
พระสูตรที่ ๔ ที่นำมาอ้างว่า ราโค จ โทโส จ อิโตนิทานา
ท่านกล่าวด้วยสามารถแสดงที่ตั้งของกิเลสทั้งหลาย พึงทราบดังนี้
บทว่า ตโต ตโต ปริสฺสยโต ได้แก่ แต่อันตรายนั้น ๆ.
บทว่า ตํ ปุคฺคลํ ได้แก่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยกิเลส
มีประการดังกล่าวแล้ว.
บทว่า ทุกฺขํ อนฺเวติ ความว่า ทุกข์ย่อมติดตามเหมือนลูกโคที่
ยังไม่หย่านม ตามหลังแม่โคไป ฉะนั้น.
บทว่า อนุคจฺฉติ ความว่า ย่อมไปใกล้ ๆ เหมือนคนฆ่าโจรตาม
โจรที่ถูกสั่งประหารไปฉะนั้น.