Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 340

เล่ม มมร. 65 หน้า 340 ข้อ 69
บทว่า อุปฺปชฺชนฺติ วยนฺติ จ ความว่า ย่อมเกิดขึ้นและย่อม แตกไป พ้นเบื้องต้นและที่สุด. อธิบายว่าพินาศ ดุจในข้อความมีอาทิ อย่างนี้ว่า ดวงจันทร์ขึ้นเต็มดวงลอยอยู่ ฉะนั้น. ครั้นแสดงความตั้งอยู่เพียงเล็กน้อยอย่างนี้แล้ว บัดนี้ พระเถระเมื่อ จะแสดงความมีกิจน้อย จึงกล่าวคำว่า กถํ สรสปริตฺตตาย เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสฺสาสูปนิพพฺธํ ชีวิตํ ความว่า ชีวิตินทรีย์ที่เนื่องด้วยลมนาสิกที่เข้าไปภายใน. บทว่า ปสฺสาโส ได้แก่ ลมนาสิกที่ออกภายนอก. บทว่า อสฺสาสปสฺสาสา ได้แก่ ทั้ง ๒ นั้น. บทว่า มหาภูตูปนิพทฺธํ ความว่า ชีวิตเนื่องด้วยมหาภูตรูป คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ซึ่งมีสมุฏฐาน ๔. บทว่า กวฬิงฺการาหารูปนิพทฺธํ ได้แก่ เนื่องด้วยอาหารคือ คำข้าวมีเครื่องบริโภคและเครื่องดื่มเป็นต้น. บทว่า อุสฺมูปนิพทฺธํ ได้แก่ เนื่องด้วยเตโชธาตุ อันเกิดแก่กรรม. บทว่า วิญฺาณูปนิพทฺธํ ได้แก่ เนื่องด้วยวิญญาณในภวังค์คือ เนื่องด้วยภวังคจิต, ที่ท่านมุ่งหมายกล่าวไว้ว่า อายุ ไออุ่น และวิญญาณ ย่อมละลายนี้ไปในกาลใด ดังนี้. บัดนี้ พระเถระเมื่อจะแสดงเหตุให้มีกำลังทรามของธรรมเหล่านั้น จึงกล่าวคำว่า มูลมฺปิ อิเมสํ ทุพฺพลํ เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มูลมฺปิ ความว่า ชื่อว่าแม้เป็นเหตุเดิม ด้วยอรรถว่า เป็นที่ตั้ง จริงอยู่ กรชกายเป็นเหตุเดิมแห่งลมหายใจเข้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka