Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 366

เล่ม มมร. 65 หน้า 366 ข้อ 69
อายตนะทุกะ. ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งความเป็นไปในสังสารวัฏ. สักกายทุกะ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งเบญจขันธ์. บรรดาบทเหล่านั้น ชื่อว่า สุข เพราะอรรถว่าเป็นไปสบาย. ชื่อ ว่า เวทนา เพราะอรรถว่า เสวยอารมณ์. ชื่อว่า ทุกข์ เพราะอรรถว่า เป็นไปลำบาก. นาม มีความน้อมไปเป็นลักษณะ. รูป มีความแตกดับ ไปเป็นลักษณะ, อายตนะภายใน ๖ มีจักขวายตนะเป็นต้น, อายตนะ ภายนอก ๖ มีรูปายตนะเป็นต้น, เบญจขันธ์ มีรูปขันธ์เป็นต้น เป็นสักกายะ ด้วยอรรถว่า มีอยู่, อวิชชา กรรม ตัณหา อาหาร ผัสสะ, และนามรูป เป็นสักกายสมุทัย. บทว่า จกฺขุสมฺผสฺโส ความว่า ชื่อว่า จักษุ เพราะอรรถว่า บอก ให้รู้จักอะไร ๆ อธิบายว่า ยินดี คือทำให้แจ้งซึ่งรูป. สัมผัสที่เป็นไปทาง จักษุ ชื่อจักขุสัมผัสสะ. ก็จักขุสัมผัสสะนั้นเป็นปัจจัยแก่เวทนาที่สัมปยุตกับด้วยตน ด้วยอำนาจ ปัจจัย ๘ ปัจจัย คือ สหชาตะ, อัญญมัญญะ, นิสสยะ, วิปากะ, อาหาระ, สัมปยุตตะ, อัตถิ, อวิคตะ, ชื่อว่า โสตะ เพราะอรรถว่า ฟัง โสตะนั้น ให้สำเร็จความเป็น วัตถุและทวารตามควรแก่โสตวิญญาณเป็นต้น ตั้งอยู่ในประเทศมีสัณฐาน ดังเจาะด้วยนิ้วมือ มีขนสีแดงบาง ๆ ขึ้นคลุม ภายในช่องสสัมภารโสตะ. สัมผัสที่เป็นไปทางโสต ชื่อโสมสัมผัสสะ. แม้ในฆานสัมผัสสะ เป็น ต้น ก็นัยนี้แหละ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka