ชื่อว่า ฆานะ เพราะอรรถว่า ดม ฆานะนั้น ให้สำเร็จความ
เป็นวัตถุและทวารตามควรแก่ฆานวิญญาณ เป็นต้น ตั้งอยู่ในประเทศมี
สัณฐานดังกีบแพะ ภายในช่องสสัมภารฆานะ.
ชื่อว่า ชิวหา เพราะอรรถว่า เรียกชีวิต. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า
ชิวหา ด้วยอรรถว่า ลิ้มรส. ชิวหานั้นให้สำเร็จความเป็นวัตถุและทวาร
ตามควรแก่ชิวหาวิญญาณ เป็นต้น ตั้งอยู่ในประเทศมีสัณฐานดังปลายกลีบ
ดอกอุบลที่ทะลุตรงกลางใบข้างบน เว้นปลายสุด โคน และช้าง ๆ แห่ง
สสัมภารชิวหา.
ชื่อว่า กาย เพราะอรรถว่า เป็นที่เกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นไปกับ
ด้วยอาสวะที่น่ารังเกียจทั้งหลาย.
บทว่า อาโย แปลว่า เป็นประเทศที่เกิดขึ้น. กายประสาทให้
สำเร็จความเป็นวัตถุและทวารตามควรแก่กายวิญญาณเป็นต้นโดยมากตั้งอยู่
ในกายนั้น ตลอดเวลาที่ความเป็นไปแห่งสังขารที่มีใจครองยังมีอยู่ในกายนี้.
ชื่อว่า มโน เพราะอรรถว่า รู้ อธิบายว่า รู้แจ้ง.
บทว่า มโน ได้แก่ ภวังคจิตที่เป็นไปกับด้วยอาวัชชนะ สัมผัสที่
เป็นไปทางมโน ชื่อมโนสัมผัสสะ.
เพื่อจะแสดงว่า ผัสสะทั้ง ๖ อย่าง นับเป็น ๒ อย่างเท่านั้น
ฉะนั้น พระเถระจึงกล่าวว่า อธิวจนสมฺผสฺโส ปฏิฆสมฺผสฺโส สัมผัส
ทางนาม สัมผัสทางรูป.
อธิวจนสัมผัสสะเป็นไปทางมโนทวาร ปฏิฆสัมผัสสะเป็นไปทาง
ปัญจทวาร เพราะเกิดขึ้นด้วยการกระทบวัตถุและอารมณ์เป็นต้น.