Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 391

เล่ม มมร. 65 หน้า 391 ข้อ 69
ธรรม, การทอดพระเนตรเหลียวดูทั่วทิศ เป็นบุพนิมิตแห่งการได้พระ อนาวรณญาณคือความเป็นพระสัพพัญญู, การเปล่งอาสภิวาจา เป็น บุพนิมิตแห่งการประกาศพระธรรมจักรอันประเสริฐ อันใคร ๆ เปลี่ยนแปลง ไม่ได้ แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นี้ก็เสด็จไปเหมือนอย่างนั้น และ การเสด็จไปของพระองค์นั้น ก็ได้เป็นอาการอันแท้ ไม่แปรผันด้วยความ เป็นบุพนิมิตแห่งการบรรลุคุณวิเศษเหล่านั้นแล. ด้วยเหตุนี้ พระโบราณา- จารย์ทั้งหลายจึงกล่าวว่า :- พระควัมบดีโคดมนั้น ประสูติแล้วในบัดเดี๋ยวนั้น ก็ ทรงสัมผัสพื้นดินด้วยพระยุคลบาทสม่ำเสมอ เสด็จย่าง พระบาทไปได้ ๗ ก้าว และฝูงเทพยดาเจ้าก็กางกั้นเศวต- ฉัตร พระโคดมนั้นครั้นเสด็จไปได้ ๗ ก้าว ก็ทอด พระเนตรไปรอบทิศเสมอกัน ทรงเปล่งพระสุรเสียง ประกอบด้วยองค์ ๘ประการ ปานดังราชสีห์ยืนอยู่บนยอด บรรพตฉะนั้น ดังนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า ตถาคต เพราะเสด็จไปอย่างนั้น เป็นอย่างนี้. อีกอย่างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าองค์ก่อน ๆ เสด็จไปแล้ว ฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้พระองค์นี้ ก็เหมือนกันฉันนั้นนั่นเทียว ทรงละกามฉันทะด้วยเนกขัมมะเสด็จไปแล้ว ฯลฯ ทรงละนิวรณ์ด้วย ปฐมฌาน ทรงละนิจจสัญญาด้วยอนิจจานุปัสสนา ฯลฯ ทรงละกิเลส ทั้งหมดได้ด้วยอรหัตตมรรค เสด็จไปแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนาม ว่า ตถาคต เพราะเสด็จไปอย่างนั้น แม้เป็นอย่างนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka