Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 477

เล่ม มมร. 65 หน้า 477 ข้อ 108
กาย กำจัดได้ด้วยปัญญานั้น คือที่มีประการดังกล่าวแล้ว. บทว่า ธุตญฺจ โธตญฺจ ได้แก่ ให้หวั่นไหวแล้วและชำระแล้ว. บทว่า สนฺโธตญฺจ ได้แก่ ชำระแล้วโดยชอบ. บทว่า นิทฺโธตญฺจ ความว่า ซักฟอกด้วยดีโดยพิเศษ. บทว่า ราโค ธุโต จ เป็นต้น พึงประกอบด้วยสามารถแห่งมรรค ๔. บทว่า สมฺมาทิฏฺิยา มิจฺฉาทิฏฺิ ธุตา จ ความว่า มิจฉาทิฏฐิ ให้หวั่นไหวชำระได้ด้วยสัมมาทิฏฐิที่สัมปยุตด้วยมรรค แม้ในสัมมาสังกัปปะ เป็นต้นก็นัยนี้แหละ. สมจริงดังที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิจฉา- ทิฏฐิของบุคคลผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ ย่อมหมดกำลัง พึงให้พระสูตรพิสดาร. บทว่า สมฺมาาเณน ได้แก่ ญาณที่สัมปยุตด้วยมรรค หรือ ปัจจเวกขณญาณ. บทว่า มิจฺฉาาณํ ได้แก่ ญาณที่วิปริต คือญาณที่ไม่แท้ และ โมหะที่เกิดขึ้นด้วยอาการพิจารณาว่า ในการกระทำบาปทั้งหลาย เราทำ บาปด้วยสามารถความคิดที่สุขุม เป็นอันทำดีแล้ว. บทว่า สมฺมาวิมุตฺติยา มิจฺฉาวิมุตฺติ ความว่า วิมุตติที่วิปริต คือวิมุตติที่ไม่แท้นั่นแหละ ซึ่งเรียกกันว่าเจโตวิมุตติ กำจัดได้ด้วยสมุจเฉท- วิมุตติ. บทว่า อรหา อิเมหิ โธนิเยหิ ธมฺเมหิ ความว่า พระอรหันต์ ดำรงอยู่ไกลจากกิเลสมีราคะเป็นต้น ย่อมเป็นผู้เข้าถึงด้วยธรรมเป็นเครื่อง กำจัดกิเลสเหล่านี้ คือที่มีประการดังกล่าวแล้ว. บทว่า โธโน ได้แก่บุคคลผู้มีปัญญา เพราะเหตุนั้น พระสารีบุตร เถระจึงกล่าวว่า โส ธุตราโค เป็นต้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka