Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 494

เล่ม มมร. 65 หน้า 494 ข้อ 114 115 116 117
ดังนี้ ย่อมเชื่อว่า ความเห็นนั้นเป็นญาณ บุคคลนั้นชื่อ ว่า เป็นผู้พิจารณาเห็นความหมดจด. [๑๑๔] พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า:- หากว่า ความหมดจดย่อมมีแก่นรชนด้วยความเห็น หรือว่านรชนนั้น ย่อมละทุกข์ได้ด้วยญาณไซร้ นรชนนั้นผู้ ยังมีอุปธิ ย่อมหมดจดได้ด้วยมรรคอื่น เพราะทิฏฐิย่อม บอกนรชนนั้นว่า เป็นผู้พูดอย่างนั้น. ว่าด้วยความหมดจดเป็นต้น [๑๑๕] คำว่า หากว่าความหมดจดย่อมมีแก่นรชนด้วยความ เห็น มีความว่า หากว่า ความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความหมด จดรอบ ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ ย่อมมีแก่นรชน คือ นรชนย่อมหมดจด หมดจดวิเศษ หมดจดรอบ ย่อมพ้น พ้นวิเศษ พ้นรอบ ด้วยความเห็นรูปด้วยจักขุวิญญาณ. เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า หาก ว่าความหมดจดย่อมมีแก่นรชนด้วยความเห็น. [๑๑๖] คำว่า หรือว่า นรชนนั้นย่อมละทุกข์ได้ด้วยญาณ ไซร้ มีความว่า หากว่า นรชนย่อมละชาติทุกข์ ชราทุกข์ พยาธิทุกข์ มรณทุกข์ ทุกข์คือความโศก ความร่ำไร ทุกข์กาย ทุกข์ใจ และความ คับแค้นใจ ได้ด้วยความเห็นรูปด้วยจักขุวิญญาณไซร้. เพราะฉะนั้น จึง ชื่อว่า หรือว่า นรชนนั้นย่อมละทุกข์ได้ด้วยญาณไซร้. [๑๑๗] คำว่า นรชนนั้นผู้ยังมีอุปธิ ย่อมหมดจดได้ด้วย มรรคอื่น มีความว่า นรชนย่อมหมดจด หมดจดวิเศษ หมดจดรอบ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka