ย่อมพ้น พ้นวิเศษ พ้นรอบ. ด้วยมรรคอื่น คือมรรคอันไม่หมดจด
ปฏิปทาผิด ทางอันไม่นำออก นอกจากสติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิ
บาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ อริยมรรค ๘ คำว่า ผู้ยังมีอุปธิ คือยังมี
ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ตัณหา ทิฏฐิ กิเลส อุปาทาน. เพราะ
ฉะนั้นจึงชื่อว่า นรชนนั้นผู้ยังมีอุปธิ ย่อมหมดจดได้ด้วยมรรคอื่น.
[๑๑๘] คำว่า เพราะทิฏฐิย่อมบอกนรชนนั้นว่า เป็นผู้พูด
อย่างนั้น มีความว่า ทิฏฐินั้นแหละย่อมบอกบุคคลนั้นว่า บุคคลนี้เป็น
มิจฉาทิฏฐิมีความเห็นวิปริต. แม้เพราะเหตุนั้น คำ เป็นผู้พูดอย่างนั้น
คือ เป็นผู้พูด บอก กล่าว แสดง แถลงอยู่อย่างนั้น คือ เป็นผู้พูด
บอก กล่าว แสดง แถลงว่า โลกเที่ยง สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเป็นโมฆะ
โลกไม่เทียง....โลกมีที่สุด....โลกไม่มีที่สุด....ชีพอันนั้น สรีระก็อันนั้น....
ชีพเป็นอย่างอื่น สรีระก็เป็นอย่างอื่น....สัตว์เบื้องหน้าแก่ตายย่อมเป็นอีก....
สัตว์เบื้องหน้าแก่ตายย่อมไม่เป็นอีก....สัตว์เบื้องหน้าแก่ตาย ย่อมเป็นอีก
ก็มี ย่อมไม่เป็นอีกก็มี....สัตว์เบื้องหน้าแก่ตาย ย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อม
ไม่เป็นอีกก็หามิได้ สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเป็นโมฆะ เพราะฉะนั้นจึงชื่อ
ว่า เพราะทิฏฐิย่อมบอกนรชนนั้นว่า เป็นผู้พูดอย่างนั้น เพราะ
เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :-
หากว่า ความหมดจดย่อมมีแก่นรชน ด้วยความเห็น
หรือว่านรชนนั้นย่อมละทุกข์ได้ด้วยญาณไซร้ นรชนนั้น
ผู้ยังมีอุปธิ ย่อมหมดจดได้ด้วยมรรคอื่น เพราะทิฏฐิย่อม
บอกนรชนนั้นว่า เป็นผู้พูดอย่างนั้น.