Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 517

เล่ม มมร. 65 หน้า 517 ข้อ 144
คำว่า ความยืดถือ ความว่า พระอรหันต์นั้น มิได้มี ความถือ ถือมั่น ยึดมั่น ติดใจ น้อมใจไปว่า สิ่งนี้ยอดเยี่ยม เลิศ ประเสริฐ วิเศษ เป็นใหญ่ สูงสุด บวร. คำว่า ไม่มี ความว่า ย่อมไม่มี มีอยู่หามิได้ ไม่ปรากฏ ไม่เข้า ไปได้. ความยึดถือนั้นอันพระอรหันต์นั้นละ ตัดขาด สงบ ระงับ ทำไม่ ให้ควรเกิดขึ้น เผาเสียแล้วด้วยไฟคือญาณ. เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า พระ อรหันต์นั้นผู้ล่วงแดนแล้ว ลอยบาปแล้ว รู้และเห็นแล้ว มิได้ มีความยืดถือ. [๑๔๔] คำว่า มิได้มีความกำหนัดในกามคุณเป็นที่กำหนัด มิได้กำหนัดในสมาบัติเป็นที่คลายกำหนัด มีความว่า ชนเหล่าใด กำหนัด รักใคร่ หลงใหล ติดใจ ลุ่มหลง ข้อง เกี่ยว พัวพัน ใน กามคุณ ๕ ชนเหล่านั้น เรียกว่า กำหนัดในกามคุณเป็นที่กำหนัด. ชน เหล่าใด กำหนัด รักใคร่ หลงใหล ติดใจ ลุ่มหลง ข้องเกี่ยว พัวพัน ในรูปาวจรสมาบัติและอรูปาวจรสมาบัติ ชนเหล่านั้น เรียกว่า กำหนัดแล้ว ในสมาบัติเป็นที่คลายกำหนัด. คำว่า มิได้มีความกำหนัดในกามคุณเป็นที่กำหนัด มิได้ กำหนัดในสมาบัติเป็นที่คลายกำหนัด ความว่า เมื่อใดกามราคะ รูป ราคะ และอรูปราคะ เป็นกิเลสอันพระอรหันต์นั้นละ ตัดมูลรากขาดแล้ว ทำให้ตั้งอยู่ไม่ได้ดังตาลยอดด้วน ทำให้ไม่มี ทำให้ไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็น ธรรมดา เมื่อนั้น พระอรหันต์ ชื่อว่ามิได้มีความกำหนัดในกามคุณเป็นที่ กำหนัด มิได้กำหนัดในสมาบัติเป็นที่คลายกำหนัด ด้วยเหตุมีประมาณเท่านั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka