Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 527

เล่ม มมร. 65 หน้า 527 ข้อ 145
สุนัขบริบูรณ์ไม่วุ่นวาย, บุคคลนั้นบำเพ็ญวัตรสุนัขบริบูรณ์ไม่วุ่นวาย. บำเพ็ญศีลสุนัขบริบูรณ์ไม่วุ่นวาย, บำเพ็ญสมาธิสุนัขบริบูรณ์ไม่วุ่นวาย. บำเพ็ญอากัปปะสุนัขบริบูรณ์ไม่วุ่นวาย. ครั้นแตกกายตายไปแล้วย่อมเข้า ถึงความเป็นเพื่อนกับสุนัขทั้งหลาย. ก็ถ้าเขามีทิฏฐิอย่างนี้ว่า เราจักเป็น เทวดาหรือเทวดาองค์ใดองค์หนึ่งด้วยศีล วัตรหรือพรหมจรรย์นี้ ทิฏฐิของ เขานั้นย่อมเป็นมิจฉาทิฏฐิ. ดูก่อนปุณณะเรากล่าวว่าคนมิจฉาทิฏฐิมีคติ ๒ อย่างคือนรก หรือกำเนิดดิรัจฉานอย่างใดอย่างหนึ่ง. ดูก่อนปุณณะ วัตรสุนัขเมื่อสำเร็จ ย่อมนำเข้าถึงความเป็นเพื่อนกับสุนัขทั้งหลาย. เมื่อ ไม่สำเร็จย่อมนำเข้าสู่นรก. ไม่พึงถือเอาเนื้อความว่า ผู้ประพฤติคันธัพพวัตร เป็นต้น ย่อมเข้าถึงความเป็นเพื่อนกับคนธรรพ์เป็นต้น. แต่พึงถือเอาว่า ย่อมเข้าถึงนรกและกำเนิดดิรัจฉานนั่นแล เพราะถือเอาด้วยมิจฉาทิฏฐิ. บทว่า มุตสุทฺธิกา ความว่า ผู้ปรารถนาความหมดจด ด้วย อารมณ์ที่ถูกต้อง. บทว่า ปวึ อามสนฺติ ความว่า ย่อมถูกต้องแผ่นดินใหญ่ที่มี สัมภาระ ด้วยกาย. บทว่า หริตํ ความว่า หญ้าแพรกเขียวสด. บทว่า โคมยํ ความว่า โคมัยของโคเป็นต้น. บทว่า กจฺฉปํ ความว่า เต่าหลายชนิดมีเต่ากระดูกเป็นต้น. บทว่า ชาลํ อกฺกมนฺติ ความว่า ย่ำเหยียบข่ายเหล็ก. บทว่า ติลวาหํ ความว่า เกวียนบรรทุกงา หรือกองงา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka