บทว่า ปุสฺสติลํ ขาทนฺติ ความว่า เคี้ยวกินงาที่ประกอบด้วย
มงคล.
บทว่า ปสฺสเตลํ มกฺเขนฺติ ความว่า ทำน้ำมันงาอย่างนั้นเป็น
เครื่องพรมสรีระ.
บทว่า ทนฺตวฏํ ความว่า ไม้สีฟัน.
บทว่า มตฺติกาย นหายนฺติ ความว่า ถูสรีระด้วยดินอ่อน มี
ดินสอพองเป็นต้นแล้วอาบน้ำ.
บทว่า สาฏกํ นิวาเสนฺติ ความว่า นุ่งห่มผ้าที่ประกอบด้วย
มงคล.
บทว่า เวฏฺนํ เวฏฺนฺติ ความว่า วาง คือ สวมผ้าโพกศีรษะ
ซึ่งเป็นผ้าไหมเป็นต้นบนศีรษะ.
บทว่า เตธาตุกํ กุสลาภิสงฺขารํ ความว่า ปัจจยาภิสังขารซึ่งเกิด
แต่ความฉลาด ให้ปฏิสนธิในกามธาตุ รูปธาตุ และอรูปธาตุ.
บทว่า สพฺพํ อกุสลํ ความว่า อกุศลซึ่งเกิดแต่ความไม่ฉลาด ๑๒,
บทว่า ยโต ได้แก่ ในกาลใด. ปุญญาภิสังขาร ๑๓ อปุญญาภิ
สังขาร ๑๒ และอาเนญชาภิสังขาร ๔ เป็นอันละได้แล้ว ด้วยสมุจเฉทปหาน
ตามสมควร.
บทว่า อตฺตทิฏฺิญฺชโห ความว่า ละทิฏฐิที่ถือว่า นั่นเป็นตัว
ตนของเรา.
บทว่า คาหญฺชโห ความว่า ละความยึดถือที่สัมปยุตด้วยมานะว่า
เราเป็นนั่น.