ครั้นแสดงความเป็นไปแห่งปัจจยาการ ๑๒ บท อย่างนี้แล้ว บัดนี้
เพื่อจะแสดงความดับอวิชชาเป็นต้นด้วยสามารถแห่งวิวัฎฏะ พระสารีบุตร-
เถระจึงกล่าวคำเป็นต้นว่า อวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธติ สเมจฺจ
อภิสเมจฺจ ธมฺมํ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อวิชฺชานโรธา ความว่า เพราะดับ
อย่างไม่เกิดขึ้น คือ เพราะดับอย่างเป็นไปไม่ได้อีกแห่งอวิชชา.
บทว่า สงฺขารนิโรโธ ความว่า ย่อมมีความดับอย่างไม่เกิดขึ้น
แห่งสังขารทั้งหลาย. แม้ในบทที่เหลือทั้งหลายก็อย่างนี้.
บทว่า อิทํ ทุกฺขํ เป็นต้นมีนัยดังกล่าวแล้วในก่อนนั่นแล.
บทว่า อิเม ธมฺมา อภิญฺเยฺยา ความว่า ธรรมอันเป็นไปใน
ภูมิ ๓ เหล่านั้น พึงทราบโดยสภาวะ ด้วยสามารถหยั่งรู้สภาวะและลักษณะ
หรือด้วยญาณอันยิ่ง โดยอาการอันงาม.
บทว่า ปริญฺเยฺยา ความว่า พึงกำหนดรู้ด้วยสามารถหยั่งรู้
สามัญลักษณะ และด้วยสามารถสำเร็จกิจ.
บทว่า อิเม ธมฺมา ปหาตพฺพา ความว่า ธรรมที่เป็นไปในฝ่าย
สมุทัยเหล่านั้น พึงละด้วยองค์คุณนั้น ๆ.
บทว่า ภาเวตพฺพา ความว่า พึงเจริญ.
บทว่า สจฺฉิกาตพฺพา ความว่า พึงทำให้ประจักษ์ การทำให้แจ้ง
มี ๒ อย่าง คือ การทำให้แจ้งการได้เฉพาะ และการทำให้แจ้งโดยความ
เป็นอารมณ์.