บทว่า ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ ความว่า อายตนะ ๖ มีจักขุ
เป็นต้น.
บทว่า สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ ความว่า ความเกิดและความ
ดับ.
บทว่า ภูริปญฺโ ความว่า ปัญญาชื่อว่า ภูริ เพราะอรรถว่า
เหมือนแผ่นดิน ผู้ประกอบด้วยปัญญาเหมือนแผ่นดินนั้น ชื่อว่าผู้มีปัญญา
กว้างขวางดังแผ่นดิน. ในบทว่า มหาปญฺโ เป็นต้น ความว่า
ประกอบด้วยปัญญาใหญ่เป็นต้น. ความต่างกันแห่งผู้มีปัญญาใหญ่เป็นต้น
ในบทเหล่านั้นมีดังต่อไปนี้.
ปัญญาใหญ่เป็นไฉน ? ชื่อว่า ปัญญาใหญ่ เพราะอรรถว่า กำหนด
อรรถใหญ่, ชื่อว่า ปัญญาใหญ่ เพราะอรรถว่า กำหนดธรรมใหญ่.
นิรุตติใหญ่, ปฏิภาณใหญ่. ชื่อว่า ปัญญาใหญ่ เพราะอรรถว่า กำหนด
สีลขันธ์ใหญ่.
ชื่อว่า ปัญญาใหญ่ เพราะอรรถว่า กำหนดสมาธิขันธ์ ปัญญา-
ขันธ์ วิมุตติขันธ์ วิมุตติญาณทัสสนขันธ์ใหญ่.
ชื่อว่า ปัญญาใหญ่ เพราะอรรถว่า กำหนดฐานาฐานญาณใหญ่
วิหารสมาบัติใหญ่ อริยสัจใหญ่ สติปัฏฐานใหญ่ สัมมัปปธานใหญ่ อิทธิ-
บาทใหญ่ อินทรีย์ใหญ่ พละใหญ่ โพชฌงค์ใหญ่ อริยมรรคใหญ่
สามัญญผลใหญ่ อภิญญาใหญ่ และนิพพานซึ่งเป็นปรมัตถ์ใหญ่.
ปัญญามากเป็นไฉน ? ชื่อว่า ปัญญามาก เพราะอรรถว่า ญาณ
เป็นไปในขันธ์ต่าง ๆ มาก. ชื่อว่า ปัญญามาก. เพราะอรรถว่า ญาณ