Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 589

เล่ม มมร. 65 หน้า 589 ข้อ 180
บทว่า สมฺปรายิกญฺจ ได้แก่ คุณที่พึงได้เฉพาะในโลกหน้า. บทว่า ยํทิฏฺิโก สตฺถา ความว่า เป็นผู้มีลัทธิอย่างใด คือเป็น เจ้าลัทธิเดียรถีย์. บทว่า อลํ นาคตฺตาย วา ความว่า ต้องการเพื่อความเป็นนาค แม้ในความเป็นครุฑ ก็นัยนี้แหละ. บทว่า เทวตฺตาย วา ได้แก่ เพื่อความเป็นสมมติเสพเป็นต้น บทว่า อายตึ ผลปฏิกงฺขี โหติ ความว่า ย่อมปรารถนาผล อันเป็นวิบากในอนาคต. บทว่า ทิฏฺวิสุทฺธิยาปิ เทฺว อานิสงฺเส ปสฺสติ ความว่า แลดูคุณ ๒ ประการ ด้วยการยึดถือสิ่งที่คนยึดถือ แม้เพราะความเป็นเหตุ แห่งความหมดจด ด้วยสามารถแห่งรูปายตนะที่เห็นด้วยจักขุวิญญาณ แม้ ในความหมดจดด้วยเสียงที่ได้ยินเป็นต้น ก็นัยนี้แหละ. คาถาที่ ๓ มีเนื้อความดังต่อไปนี้ :- ผู้ฉลาดทั้งหลายย่อมกล่าวทัศนะที่ตนแม้เห็นอยู่อย่างนี้ อาศัยศาสดา ของตนเป็นต้น. เห็นผู้อื่นมีศาสดาอื่นเป็นต้นว่าเลว นั้นว่าเป็นเครื่องร้อย รัดนั่นเทียว มีอธิบายว่า เครื่องผูกพัน เพราะข้อนั้นแหละ ฉะนั้นภิกษุ จึงไม่อาศัยรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่ทราบ หรือศีลและพรต มี อธิบายว่า ไม่ยึดมั่น. บทว่า กุสลา ได้แก่ ผู้ฉลาดในเพราะรู้ธรรมมีขันธ์เป็นต้น. บทว่า ขนฺธกุสลา ได้แก่ ผู้ฉลาดในขันธ์ ๕ มีรูปขันธ์เป็นต้น. แม้ในธาตุอายตนะ ปฏิจจสมุปบาท สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka